พี่ติวเล่าเรื่อง! การเข้า INDA CU ปี 69 และทำไม Critical Thinking ถึงสำคัญ
ถ้าน้องกำลังสนใจเข้า INDA CU หรือที่หลายคนเรียกว่า INDA จุฬา พี่เชื่อว่าหลายคนคงเริ่มหาข้อมูลแล้วว่าต้องเตรียมอะไรบ้าง ทั้งคะแนนสอบ การทำ Portfolio หรือการสอบต่าง ๆ ของคณะสถาปัตย์ที่ Chulalongkorn University
จริง ๆ แล้วการเข้า INDA CU ไม่ได้วัดแค่ความสามารถในการวาดรูปหรือทำงานสวย ๆ อย่างเดียว แต่สิ่งที่อาจารย์ของ INDA จุฬา ให้ความสำคัญมากคือ Critical Thinking หรือการคิดวิเคราะห์
พูดง่าย ๆ คือ อาจารย์อยากเห็นว่า
น้อง คิดอะไร ทำไมถึงคิดแบบนั้น และแก้ปัญหายังไง
เพราะการเรียนใน INDA CU จริง ๆ แล้วจะเป็นการคิด แก้ปัญหา และออกแบบจากโจทย์ที่ซับซ้อนมากขึ้นเรื่อย ๆ
โครงสร้างคะแนนในการสมัคร INDA CU
พี่ขอสรุปโครงสร้างคะแนนของ INDA CU แบบเข้าใจง่าย ๆ ให้น้องดูก่อน
ภาษาอังกฤษ (20%)
การเรียนของ INDA จุฬา ใช้ภาษาอังกฤษทั้งหมด โดยเฉพาะเวลาที่เราต้องทำ INDA PINUP หรือ INDQ PARADE เพราะฉะนั้นคะแนนภาษาอังกฤษสำคัญมากเพราะเราต้องสื่อสารความคิดให้ได้เวลาคุยกับอาจารย์ และเวลาใช้งานการทำ presentation
น้องสามารถใช้คะแนนจาก
- SAT อย่างน้อย 450
- IELTS อย่างน้อย 6.0
- TOEFL อย่างน้อย 79
- CU-TEP อย่างน้อย 80
คณิตศาสตร์ (15%)
ถึงแม้ INDA CU จะเป็นสายออกแบบ แต่การคิดเชิงตรรกะก็สำคัญเหมือนกัน ซึ่งในความเป็นจริงนั้นก็ไม่ได้วัดคะแนนเยอะ
ใช้คะแนนจาก
- SAT Math อย่างน้อย 570
- CU-AAT อย่างน้อย 550
สอบวัดความถนัดด้านสถาปัตย์ (20%)
ต้องสอบ CU-TAD และต้องได้อย่างน้อย 45 คะแนน
ข้อสอบนี้จะไม่ได้วัดว่าน้องวาดสวยแค่ไหนอย่างเดียว แต่คือข้อสอบที่วัดระบบความคิดและการจัดเวลาที่ดี ซึ่งที่ timemachine design lab เรามั่นใจมากว่าคุณจะผ่านหรือได้มากกว่า 70 ใน 4 คอร์ส เวลา 2-4 เดือน
ส่วนสำคัญที่สุด (45%)
ส่วนนี้คือสิ่งที่หลายคนโฟกัสมากที่สุดตอนสมัคร INDA CU
- Portfolio 10%
- Interview 25%
- Skill Test 10%
แต่จริง ๆ แล้ว Portfolio กับ Interview ของ INDA จุฬา จะเกี่ยวข้องกันมาก
เพราะตอนสัมภาษณ์ อาจารย์มักจะถามเกี่ยวกับงานใน Portfolio ของน้อง
ดังนั้นสองส่วนนี้จริง ๆ แล้วเหมือนเป็น คะแนนรวมกันประมาณ 35%
เรื่องสำคัญที่น้องต้องรู้เกี่ยวกับ Portfolio ของ INDA CU
สิ่งที่ทำให้ Portfolio ของ INDA CU ต่างจากหลายคณะคือ
น้องต้องตั้งโจทย์เอง
ไม่มีโจทย์ตายตัวให้เหมือนข้อสอบ
เพราะฉะนั้นใน Portfolio ของ INDA จุฬา
โจทย์สำคัญพอ ๆ กับผลงาน
พี่ชอบเปรียบเทียบแบบนี้
ถ้าน้องส่งข้อสอบเลขมาแค่คำตอบว่า
45
แต่อาจารย์ไม่เห็นโจทย์
อาจารย์ก็จะไม่รู้ว่า
45 นี้ ถูกหรือผิด
เพราะไม่รู้ว่าคำถามคืออะไร
Portfolio ของ INDA CU ก็เหมือนกัน
ถ้ามีแค่ผลงานสวย ๆ
แต่ไม่บอกว่า
- โจทย์คืออะไร
- แก้ปัญหาอะไร
- คิดมายังไง
อาจารย์ของ INDA จุฬา ก็จะไม่เข้าใจคุณค่าของงานนั้นเต็มที่
ซึ่งทาง INDA CU ได้ประกาศไว้ชัดตามในรูปที่เราแนบให้ และถ้าใครอยากเข้าไปอ่านในเวปไซต์ INDA CU โดยตรง สามารถกดได้ที่ลิงค์นี้เลย
http://www.inda.arch.chula.ac.th/Admission/v3/information/portfolio-guide
การเตรียมตัวเข้า INDA CU และการติวสถาปัตย์กับ Timemachine Design Lab
สำหรับน้องหลายคนที่อยากเข้า INDA CU การเริ่มเตรียมตัวเร็วจะช่วยได้มาก โดยเฉพาะเรื่องการฝึกคิดแบบสถาปนิก การตั้งโจทย์ และการทำ Portfolio หลายคนเลยเลือกเรียน ติวสถาปัตย์กับ Timemachine Design Lab การ ติวสถาปัตย์กับเรา จะช่วยให้น้องเข้าใจว่า
งานออกแบบที่ดีไม่ได้เริ่มจากการวาดรูปอย่างเดียวแต่เริ่มจาก การตั้งคำถามและการคิดวิเคราะห์
ในการ ติวสถาปัตย์กับ Timemachine Design Lab น้องจะได้ฝึกหลายอย่าง เช่น
- การคิดโจทย์โปรเจกต์
- การพัฒนาแนวคิด
- การทำ Portfolio สำหรับ INDA CU
- การเตรียมตัวสัมภาษณ์เข้า INDA จุฬา
รวมถึงการฝึกทำโจทย์ที่ใกล้เคียงกับข้อสอบของ CU-TAD
ซึ่งเป็นข้อสอบสำคัญของ INDA CU
สรุปจากพี่ถึงน้องที่อยากเข้า INDA CU
ถ้าน้องอยากเข้า INDA CU หรือ INDA จุฬา
พี่อยากให้โฟกัส 3 อย่างหลัก ๆ
- คะแนนภาษาอังกฤษ
- Portfolio ที่มีแนวคิดชัด
- การอธิบายความคิดของตัวเอง
การเตรียมตัวผ่าน ติวสถาปัตย์กับ Timemachine Design Lab ก็เป็นอีกทางหนึ่งที่ช่วยให้น้องเข้าใจวิธีคิดแบบสถาปนิก และเตรียมตัวสำหรับการสมัครINDA CU ได้ดีขึ้น
สุดท้ายพี่อยากบอกว่า
อาจารย์ของ INDA จุฬา ไม่ได้มองหาคนที่วาดสวยที่สุด
แต่กำลังมองหาคนที่ คิดเป็น และอธิบายความคิดของตัวเองได้
ถ้าน้องฝึกเรื่องนี้ดี ๆ โอกาสเข้า INDA CU ก็จะสูงขึ้นมากครับ ✨