โมเดลสถาปัตย์คืออะไร! และมารู้จักการเลเซอร์คัททำโมเดลในการเรียนสถาปัตย์!

IMG 1001 1 - Time Machine Studio

การขึ้นแบบจำลอง หรือ โมเดลนั้นเป็นเรื่องที่สำคัญมากในการเรียนสถาปัตย์ และการทำโมเดลนั้น ในปัจจุบันมีเครื่องมือช่วยเหลือหลายรูปแบบมาก โดยจุดประสงค์คือ การลดเวลาการทำงานของผู้ที่เรียนสถาปัตย์หรือแม้แต่สถาปนิกก็ตาม หรือแม้แต่ผู้ที่ทำพอร์ตฟอลิโอสำหรับการยื่นเรียนสถาปัตย์ด้วย ฉะนั้น เรามาเรียนรู้กันดีกว่าว่าโมเดลสถาปัตย์สำคัญกับการส่งงานยังไง และ เครื่องมือใดบ้างที่จะสามารถช่วยเราขึ้นแบบโมเดลได้ดีและเร็วที่สุด โมเดลสำคัญกับการเรียนสถาปัตย์อย่างไร โมเดลหรือแบบจำลองสถาปัตย์เป็นสิ่งที่จำเป็นในการส่งงานอาจารย์หรือแม้แต่ส่งงานลูกค้าก็ตาม เพราะว่า โมเดลเป็นหนึ่งในวิธีการสื่อสารการออกแบบของเราในเรื่องของภาพรวมของงานหรือแม้แต่การแสดงความสวยของหน้าตาอาคารของเรา แต่อย่างไรก็ตาม การตัดโมเดลนั้น อาจมีความจำเป็นน้อยที่สุดกับการก่อสร้างสถาปัตยกรรมเลยก็ว่าได้ เพราะการตัดโมเดลนั้นไม่สามารถโชว์ระยะจริงได้ดีเท่าที่จะนำไปก่อสร้าง และก็ไม่สามารถเห็นการขยายดีเทลวัสดุได้นั่นเอง ฉะนั้น ในการส่งงานเมื่อเรียนสถาปัตย์ หรือการทำงานจริง จะมีโมเดลสองประเภทที่เราทำกันคือ PRESENTATION MODEL และ STUDY MODEL PRESENTATION MODEL โมเดลประเภทนี้เราจะตัดให้เหมือนจริงที่สุดในเรื่องของหน้าตา การตกแต่ง เพื่อแสดงให้ลูกค้าเห็นถึงอาคารโดยรวม เพื่อประกอบการตัดสินใจ เนื่องจากการอ่านแบบอาจสื่อสารหน้าตาได้ไม่เข้าใจทั้งหมดนั่นเอง STUDY MODEL โมเดลประเภทนี้คือ การสร้างแบบเพื่อให้ตอบโจทย์การทดลองของตัวสถาปนิกเอง การตัดโมเดลอาจจะกำลังหาคำตอบในเรื่องของ รูปทรง แสงเงา หรือระบบการประกอบ หรือการทดลองตัดรายละเอียดขนาดจริง เพื่อให้ชัวร์ว่าสิ่งที่ออกแบบนั้นตรงไปตามสิ่งที่ตั้งใจไว้ ไม่ผิดพลาดในการทำงานจริง เมื่อเราเข้าใจแล้ว เรามาดูกับดีกว่าว่าอุปกรณ์และเครื่องมืออันไหนที่ช่วยการขึ้นแบบจำลองหรือโมเดลเมื่อเรียนสถาปัตย์ได้ดี LASER CUTTING การเลเซอร์คัทเป็นการตัดแผ่นชื้นงานหนึ่งให้เป็นตามรูปที่เราต้องการ หน้าที่ของมันใกล้เคียงกับการตัดคัทเตอร์ลงบนวัสดุเพื่อตัด หรือ […]

ขั้นตอนการออกแบบสถาปัตยกรรม

Time Machine Bangkok สถาบันสอนการออกแบบสถาปัตยกรรม

งานออกแบบสถาปัตยกรรมเป็นการออกแบบอาคารที่มีความซับซ้อนเป็นอย่างมากเเละเป็นสถานที่ซึ่งมนุษย์เป็นผู้ใช้งาน จึงทำให้ต้องมีขั้นตอนการพัฒนาการออกเเบบต่างๆมากมายและประสานงานกับผู้คนหลากหลายฝ่ายเพื่อให้เกิดเป็นผลงานสถาปัตยกรรมที่ดีสำหรับทุกๆคน การทำงานออกแบบสถาปัตยกรรมหนึ่งหลังนั้น เริ่มต้นจาก 1.) การวิเคราะห์โปรเเกรมการออกแบบ 2.) การออกแบบร่างขั้นต้น 3.) การพัฒนาแบบขั้นสมบูรณ์ 4.) การเขียนแบบก่อสร้าง 5.) การเขียนแบบขออนุญาตก่อสร้างอาคาร และ 6.) การคุมงานก่อสร้างและตรวจงานก่อสร้าง นั่นเอง จะเห็นได้ว่าอาคารที่เราใช้สอยอยู่ทุกวันนี้ต้องผ่านกระบวนการคิดปรับเเก้พัฒนาเเบบมายาวนานจนกระทั่งสร้างแล้วเสร็จเลยทีเดียว 1.การวิเคราะห์โปรเเกรมการออกแบบเป็นขั้นตอนสำคัญที่ทำให้ทีมออกแบบเข้าใจถึงข้อมูลพื้นฐานต่างๆที่จำเป็นต่อการออกแบบ ไม่ว่าจะเป็น การศึกษาวิเคราะห์โปรเเกรมการใช้สอยของอาคารเพื่อทราบถึงขนาดพื้นที่เเละความต้องการของพื้นที่ต่างๆ การตรวจสอบกฎหมายควบคุมอาคารที่เกี่ยวข้องเพื่อให้ทราบถึงข้อจำกัดมนการออกแบบอาคาร การลงพื้นที่ตรวจสอบที่ตั้งโครงการและบริบทโดยรอบเพื่อให้ทราบถึงความสัมพันธ์กับอาคารต่างๆโดยรอบพื้นที่ ทั้งนี่ยังรวมไปจนถึงการค้นคว้าหาข้อมูลเฉพาะประกอบการออกเเบบในอาคารของโครงการที่ต้องการความเข้าใจเฉพาะทางอย่าง เช่น โรงพยาบาล พิพิธภัณฑ์ อาคารโรงละคร เป็นต้น 2.การออกแบบร่างขั้นต้นเป็นขั้นตอนสำคัญที่จำทำให้ทีมออกแบบเข้าใจถึงข้อมูลพื้นฐานต่างๆ ที่จำเป็นต่อการออกแบบ ไม่ว่าจะเป็น การศึกษาวิเคราะห์โปรเเกรมการใช้สอยของอาคาร เพื่อทราบถึงขนาดพื้นที่เเละความต้องการของพื้นที่ต่างๆ การตรวจสอบกฎหมายควบคุมอาคารที่เกี่ยวข้องเพื่อให้ทราบถึงข้อจำกัดในการออกแบบอาคาร การลงพื้นที่ตรวจสอบที่ตั้งโครงการและบริบทโดยรอบเพื่อให้ทราบถึงความสัมพันธ์กับอาคารต่างๆโดยรอบพื้นที่ ทั้งนี้ยังรวมไปจนถึงการค้นคว้าหาข้อมูลเฉพาะประกอบการออกเเบบในอาคารของโครงการที่ต้องการความเข้าใจเฉพาะทาง อย่างเช่น โรงพยาบาล พิพิธภัณฑ์ อาคารโรงละคร เป็นต้น 3.การพัฒนาแบบขั้นสมบูรณ์เป็นขั้นตอนหลังจากที่เจ้าของโครงการได้ตกลงสรุปแบบร่างทางเลือกของสถาปนิกเเล้ว โดยจะเป็นการนำแบบที่ถูกรับเลือกมาพัฒนาในรายละเอียดต่างๆ ให้สมบูรณ์ครบถ้วนยิ่งขึ้น เป็นการออกเเบบในส่วนต่างๆ ที่อาจยังไม่เคยถูกออกแบบ หรือส่วนที่ถูกปล่อยทิ้งไว้ในขั้นตอนก่อนหน้าให้ครบถ้วน ขั้นตอนนี้จะเริ่มมีการลงรายละเอียดเเละประสานงานกับงานสถาปัตยกรรมภายในเเละงานภูมิสถาปัตยกรรมมากยิ่งขึ้น การผสานแบบจากหลายภาคส่วนให้กลมกลืนเป็นเรื่องเดียวกันจึงมีความจำเป็นมากที่จะมีการประชุมเเบบหารือเเนวทางกันอยู่เสมอ 4.การเขียนแบบก่อสร้างอาคารเป็นการนำเเบบร่างขั้นสมบูรณ์มาพัฒนาเป็นแบบก่อสร้างอาคารเพื่อให้ผู้รับเหมาเข้าใจและสามารถก่อสร้างได้ตรงตามแบบที่สถาปนิกได้ออกแบบไว้ จะเป็นการเริ่มประสานงานกับหลายภาคส่วนมากยิ่งขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการพูดคุยปรับจูนรายละเอียดทางวิศวกรรมต่างๆ กับทางวิศวกรโครงสร้าง […]

รีวิวภาพรวมงานออกแบบตลอด 5 ปี ของพี่จ๊อบ PART02

diagram - Time Machine Studio

จากบทความก่อนหน้าเราได้เห็นภาพรวมของผลงานการออกแแบบสถาปัตยกรรมของพี่จ๊อบ Time Machine Studio ในช่วงชั้นปีที่ 1-2 กันไปแล้ว เชื่อว่าจะช่วยให้น้องๆได้ทราบถึงการเรียนการสอนในคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์กันมากขึ้นไม่มากก็น้อย ในบทความนี้พี่ๆ จาก Time Machine Studio จึงอยากหยิบยกผลงานเพิ่มเติมในช่วงชั้นปีที่ 3-4 ของพี่จ๊อบมาเล่าให้ฟังพอสังเขปกันต่อ เพื่อให้น้องๆ ได้เห็นภาพและเข้าใจว่า คณะสถาปัตย์ โดยเฉพาะภาควิชาสถาปัตย์หลักนั้น เขาเรียนอะไรกันบ้างนั่นเอง ผลงานการเรียนสถาปัตย์ในชั้นปีที่ 3 จะกล่าวว่าในช่วงชั้นปีที่ 3 เป็นชั้นปีที่เหนื่อยที่สุดของบรรดานิสิตนักศึกษาสถาปัตย์เลยก็ว่าได้ เนื่องจากเป็นชั้นปีที่เริ่มได้ทำงานออกแบบที่มีความหลากหลายของโจทย์ที่มาก ทั้งขนาด การใช้สอย ระบบโครงสร้าง และมิติของที่ตั้งเลย แต่ถึงจะเหนื่อยมากก็เต็มไปด้วยความสนุก เนื่องจากจะเป็นช่วงที่ได้ลองอะไรใหม่ๆ มากที่สุดเเล้ว โดยผลงานที่หยิบยกมาเล่ากันในวันนี้เป็นโครงการที่พี่จ๊อบบอกว่า น่าจดจำที่สุดตลอดการเรียนในคณะสถาปัตย์ 5 ปี ซึ่งก็คือ โครงการการออกแบบตลาดท่าเตียนนั้นเอง โครงการนี้มีโจทย์เป็นการออกแบบอาคารร้านค้าลงในพื้นที่ตั้งที่มีความพิเศษและน่าสนใจเป็นอย่างมาก ซึ่งก็คือเป็นพื้นที่บริเวณตลาดเก่าท่าเตียนที่ตั้งอยู่ตรงกลางระหว่างวัดโพธิ์ และวัดอรุณ อีกทั้งพื้นที่ทั้งหมดยังถูกรายล้อมด้วยตึกแถวโบราณสมัยรัชกาลที่ 5 อีกด้วย ทำให้โครงการนี้มีความสนุกอยู่ที่การสร้างประสบการณ์ใหม่ๆ ลงบนที่ตั้งที่มีความเก่าเเก่และต้องออกแบบงานสถาปัตยกรรมให้สอดคล้องไปกับสถาปัตยกรรมเดิมต่างๆ ที่มีความสำคัญมากโดยรอบ โครงการนี้พี่จ๊อบออกแบบโดยการหยิบยืมลักษณะที่ซับซ้อนของเขาวงกตมาสร้างประสบการณ์การเดินจับจ่ายใช้สอยของคนในสถาปัตยกรรมใหม่โดยผสมกับลักษณะที่เป็นเอกลักษณ์ของโบราณสถาณโดยรอบอย่างวัดและวังซึ่งก็คือ ย่อมุม จนเกิดเป็นเขาวงกตร้านค้าใหม่ที่สร้างเรื่องราวใหม่ๆ ที่น่าค้นหาตลอดอาคาร นอกจากเเนวคิดในการวางผังอาคารและการออกแบบที่ว่างเเล้ว การหยิบยืมวัสดุจากอาคารโบราณสถานโดยรอบมาใช้ […]

รีวิวภาพรวมงานออกแบบตลอด 5 ปี ของพี่จ๊อบ PART01

IMG 2749 - Time Machine Studio

จากที่มีน้องๆหลายๆคนถามทางพี่เเอดมินเข้ามาว่า พอจะเล่าข้อมูลหรือเนื้อหาที่นักศึกษาคณะสถาปัตย์ได้พบเจอตลอดการเรียนการสอน 5 ปี ในคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์บ้างไหม พี่เเอดมินจึงได้รวบรวมผลงานพอสังเขปของ พี่จ๊อบ Time machine studio พร้อมกับแนวความคิดในการออกแบบและสิ่งที่ได้เรียนรู้จากแต่ละชิ้นงานมาเล่าให้น้องๆ ฟังด้วยกัน จะเป็นอย่างไรนั้นเราไปดูกันเลย! ผลงานการเรียนสถาปัตย์ในชั้นปีที่ 1  ผลงานที่หยิบยกมา เป็นโปรเจคการออกแบบชิ้นสุดท้ายในการเรียนการสอนชั้นปีที่ 1 เทอมต้น ซึ่งเป็นชิ้นงานที่ให้ออกแบบอุปกรณ์สำหรับนั่งและสามารถปรับเปลี่ยนกายภาพของตนเอง เพื่อให้ผู้ใช้งานสามารถนอนลงบนชิ้นงานนี้ได้อีกอิริยาบทหนึ่ง โดยจะต้องเลือกพื้นที่ใดพื้นที่หนึ่งในอาคารเรียนคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์เป็นที่ตั้งผลงาน จากนั้นออกแบบติดตั้งผลงานลงในพื้นที่เเละใช้ประโยชน์จากบริบทของพื้นที่ให้ส่งเสริมไปกับตัวชิ้นงานนั่นเอง โปรเจคสุดท้ายของเทอมแรกในคณะสถาปัตย์ชั้นปีที่ 1 มักฝึกฝนให้นิสิตนักศึกษาเข้าใจถึงการสร้างโครงสร้างรับแรงจากวัสดุรอบตัว ความเข้าใจในเรื่องสัดส่วนมนุษย์ และความสวยงามไปพร้อมๆกัน หลังจากการเรียนในเทอมที่ 1 อันสุดท้าทาย เมื่อเข้าสู่ชั้นปีที่ 2 บรรดานิสิตสถาปัตย์ก็จะพบกับบททดสอบใหม่ที่เป็นสิ่งที่เริ่มเข้าสู่ความเป็นวิชาชีพสถาปนิกมากยิ่งขึ้นนั่นคือ การออกเเบบสถาปัตยกรรม โดยในชั้นปีที่ 1 ช่วงแรกจะเต็มไปด้วยการฝึกฝนออกแบบที่ว่าง ผ่านสถาปัตยกรรมขนาดเล็ก เช่น ซุ้มขายของ กระท่อมกลางป่า และบ้านชั้นเดียว โดยโปรเจคต่างๆ จะเป็นการเรียนควบคู่ไปกับวิชาเทคนิคการเขียนแบบก่อสร้าง เพื่อให้เข้าใจถึงระบบโครงสร้างต่างๆ อย่างไม้และคอนกรีตเสริมเหล็ก เพื่อสามารถฝึกฝนควบคู่กับการลองผิดลองถูกนั่นเอง บ้านชั้นเดียวที่หยิบยกมานี้ เป็นผลงานบ้านหลังแรกของพี่จ๊อบในชั้นปีที่ 1 สมัยที่ยังเพิ่งเริ่มฝึกฝนการออกแบบสถาปัตยกรรม ผลงานการเรียนสถาปัตย์ในชั้นปีที่ 2  ในชั้นปีที่สอง […]

เทรนด์อาชีพที่มาแรงกับสายศิลปะและออกแบบ รู้ก่อนเลือกคณะถูกใจได้ก่อน!!

Time Machine Bangkok สถาบันสอนการออกแบบสถาปัตยกรรม

หลายๆคนมีคำถามว่า จบสถาปัตย์ทำงานอะไร ก่อนอื่นที่เราจะพูดถึงการจบสถาปัตย์ เรามาทำความเข้าใจกันก่อนว่าคณะออกแบบพื้นฐานนั้นไม่จำเป็นต้องคิดว่าเรียนสถาปัตย์จะตอบโจทย์ไปเสียทั้งหมด จะมีความเชื่ออย่างหนึ่งที่เราเชื่อว่าเรียนสถาปัตย์ เป็นการรวบรวม วิทย์กับศิลป์ ไปพร้อมกัน ซึ่งจริงๆแล้วคือคำว่า วิทย์กับศิลป์ จะพูดถึงการนำระบบความคิดแต่ละวิชาไปใช้มากกว่า ซึ่งในมุมของการเรียนสถาปัตย์นั้น การใช้วิชาศิลปะและการออกแบบคือการนำไปใช้ในนเชิงการจัดการระบบการใช้งานและการสร้างประสบการณ์ที่ดีในสถาปัตยกรรม และเราใช้ด้านวิทย์นั่นก็เพราะงานออกแบบของเราจำเป็นต้องตั้งอยู่บนโลกจริงๆ ซึ่งจำเป็นต้องรู้ทิศทางของแสงแดด ลม หรือการคำนวณโครงสร้าง และขนาดอาคาร หรือค่าก่อสรร้างนั่นเอง ซึ่งเมื่ออ่านทั้งหมดที่อธบายจะเห็นได้ชัดว่ามันคือการนำวิทยาศาสตร์และคณิตศาสตร์เบื้องต้นมาปรับใช้เพื่อให้สามารรถออกแบบได้แยบยลขึ้นเท่านั้นเอง ที่กล่าวทั้งหมดคือ เราไม่มีความจำเป็นใดใดที่จะต้องเลือกคณะหนึ่งเพื่อให้ตรงกับสายวิชาช่วง ม.ปลาย ที่เราเลือก แต่อยากให้ไปมองไปที่สิ่งที่ต้องการเรียนมากกว่าว่าเราต้องการเรียนรู้อะไร และหลังจากที่เราเลือกคณะนั้นๆแล้ว วิชาที่เราชอบช่วง ม.ปลาย จะเป็นความสามารถพิเศษที่เราสามารถนำไปปรับใช้ในงานได้นั่นเอง ฉะนั้น ในวันนี้เรามาเรียนรู้คณะใหม่ที่ตอบโจทย์เทรนด์โลกกันดีกว่าว่า คณะไหนน่าสนใจกับเรา และมีอนาคตต่อไปอย่างไร สาย COMMUNICATION คณะนิเทศศิลป์ คณะสายนี้เป็นการออกแบบเพื่อสื่อสารข้อมูลออกไปทางงานศิลปะของเรานั่นเอง เมื่อฟังดูแล้วอาจจะดูไกลตัวนะ แต่จริงๆแล้วการสื่อสารด้วยศิลปะนั้น แทบจะผ่านตาเราทุกวัน ยกตัวอย่างเช่น APPLICATION SHOPEE LAZADA LINE นั่นเอง ในการใช้แอพ เราก็จะเห็นภาพว่าการเลือกซื้อหรือใช้แอพอะไรบางอย่าง หากปุ่มหรือการใช้งานดูยาก เราก็จะไม่ใช้มันใช่ไหมครับ นั่นเลยคือความสำคัญของคณะนี้ และแน่นอน มันไม่ได้ตอบโจทย์แค่แอพอย่างเดียว ไม่ว่าจะเป็นคาเฟ่ ร้านอาหาร […]

เรียนสถาปัตยกรรม จากสถาปนิกขั้นเทพ Vol.01

Time Machine Bangkok สถาบันสอนการออกแบบสถาปัตยกรรม

ทาดาโอะ อันโดะTADAO ANDO บทนำและประวัติโดยสังเขป     หากลองถามนักเรียนออกแบบหรือนักเรียนสถาปัตยกรรม ว่าใครคือสถาปนิกที่ชื่อชอบเเล้วนั้น เชื่อได้ว่าชื่อของ ทาดาโอะ อันโดะ ต้องเป็นหนึ่งในคำตอบของหลายๆคนอย่างแน่นอน การออกแบบสถาปัตยกรรมที่ประสานกลมกลืนเป็นหนึ่งกับธรรมชาติโดยรอบ อย่างแสงธรรมชาติ อุณหภูมิภายนอก และสภาพแวดล้อมโดยรอบ ถือเป็นพื้นฐานทางสถาปัตยกรรมของงานออกแบบทุกๆชิ้นที่ ทาดาโอะ อันโดะ ได้ทำ    จากนักมวยหมุ่มบ้านนอกที่เติบโตมากับครอบครัวเล็กๆในบ้านไม้พื้นถิ่นหลังเล็กๆในเมืองโอซาก้า สู่สถาปนิกผู้ได้รับรางวัลสูงสุดระดับโลกในวงการการออกแบบสถาปัตยกรรมอย่าง The Pritzker Architecture Prize ทั้งหมดทั้งมวลนี้เกิดจากการไฝ่รู้และพยายามพัฒนาตนเองของ ทาดาโอะ อันโดะ อย่างทุ่มเท หลังจากเริ่มต้นชีวิตวัยรุ่นด้วยการเป็นนักมวยอาชีพจนได้โอกาศทำงานออกแบบอาคารเล็กๆในบ้านเกิดจนมีชื่อเสียงมากขึ้น ในช่วงอายุ 24 ปี อันโดะตัดสินใจออกเดินทางไปดูงานสถาปัตยกรรมต่างๆที่ต่างประเทศถึง 4 ปี ก่อนจะกลับมาเปิดบริษัทออกแบบของตนเองจนได้ออกแบบสถาปัตยกรรมอันทรงค่าต่างๆตามมามากมาย แนวคิดหลักในการออกแบบสถาปัตยกรรม     จากบทสัมภาษณ์หนึ่งที่อ้างอิงมากจากหนังสือ ทาดาโดะ อันโดะ ได้กล่าวไว้ว่า ผลงานการออกแบบสถาปัตยกรรมของเขานั้นเกิดจากการสั่งสมความรู้ความสามารถต่างๆผ่านประสบการณ์ชีวิตมาตั้งแต่เล็กก่อนเข้าวงการการออกแบบสถาปัตยกรรมเสียด้วยซํ้า ประสบการณ์จากการเป็นนักมวยอาชีพในวัยเด็ก การอยู่อาศัยกับคุณย่าในบ้านเก่าเเก่ซึ่งหนาวเหน็บในฤดูหนาว รวมถึงความชอบส่วนตัวในเรื่องของเทคนิคงานช่างที่เกิดจากการสั่งสมจากการสอบถามเรียนรู้จากร้านทำเฟอร์นิเจอร์ไม้แถวบ้านและร้านนํ้าชาพื้นถิ่นในวัยเด็ก ล้วนสอนให้เขาฝึกที่จะอยู่กับความคิดของตัวเองและกลั่นกรองทุกๆอย่างอออกมาเป็นผลงานออกแบบของเขาเอง    สถาปัตยกรรมของ ทาดาโอะ อันโดะ […]

พูดคุยกับพี่จ๊อบ time machine studio ตอนที่ 1

Time Machine Bangkok สถาบันสอนการออกแบบสถาปัตยกรรม

ทำไมถึงอยากเข้าสถาปัตย์?พูดคุยกับพี่จ๊อบ time machine studio ตอนที่ 1     จากที่พี่จ๊อบได้จบการศึกษาจากคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ ภาควิชาสถาปัตยกรรม จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มาเมื่อประมาณ 4 ปีที่เเล้ว พี่ๆทาง time machine studio จึงอยากนำบทสัมภาษณ์กับทางพี่จ๊อบ หนึ่งในพี่ผู้ให้คำปรึกษาในการทำ portfolio ของน้องๆภาคไทยมาพูดคุยและเเชร์ประสบการณ์กับน้องๆที่มีความไฝ่ฝันอยากเข้าสถาปัตย์กันเล็กน้อย เพื่อหวังเป็นประโยชน์และเพิ่มมุมมองใหม่ๆที่เกี่ยวข้องกับการทำงานทางด้านสถาปัตย์แก่น้องๆทำไมถึงอยากเรียนสถาปัตย์ ?     คำถามนี้ถือเป็นคำถามยอดฮิตเลย สำหรับทุกคนที่เข้ามาเรียนสถาปัตย์ เพราะมักจะโดนถามจากเพื่อนๆอยู่บ่อยครั้ง จริงๆแรกเริ่มต้องของเกริ่นไปยาวๆก่อนเลยครับ ว่าสมัยเด็กๆเนี่ยไม่เคยคิดมาก่อนเลยว่าจะเป็นสถาปนิก หรือ อยากสอบเข้าเรียนคณะสถาปัตย์ เพราะตอนเด็กๆสิ่งที่ชอบคือชอบวาดรูป ชอบวาดรูปมาตั้งเเต่เล็กเลยครับ จึงมีความฝันง่ายๆว่าอยากเป็นอาชีพอะไรก็ได้ที่ได้อยู่กับการวาดรูป เขียนภาพ ซึ่งในช่วงเวลานั้นก็นึกออกเเค่อย่างเดียวคือ อยากเป็นจิตรกรนะ อยากที่จะได้วาดภาพแบบจริงจังเลยได้ฝึกเรื่องการวาดรูป การลงสี ดรออิ้งต่างๆมาตั้งเเต่ ป.2 จน ม.ปลายเลย เเต่จุดเปลี่ยนในชีวิตน่าเป็นตอนช่วงประมาณ ม.5 คือช่วงนั้นก็อยู่ในช่วงที่เริ่มคิดเรื่องการเข้ามหาวิทยาลัยอย่างจริงจัง และตอนนั้นตัวเลือกในหัวก็ยังคงมีเพียงตัวเลือกเดียวคือคณะจิตรกรรม ช่วงนั้นจำได้ว่ามีโอกาสได้ฝึกมือเขียนสีอะคริลิคอยู่บ่อยๆนะครับ ชอบเขียนภาพวิวทิวน์ทัศน์ต่างๆเพราะรู้สึกสนุกและมีอะไรหลายอย่างให้วาดในภาพหนึ่งภาพ ในตอนนั้นเนี่ยสิ่งหนึ่งที่เริ่มรู้สึกขึ้นมาในใจเล็กๆคือรู้สึกเริ่มเบื่อ ที่เราเหมือนฝึกเขียนภาพตามภาพถ่ายให้เหมือนจริงต่างๆไปเรื่อยๆจนเริ่มตั้งคำถามกับตัวเองว่าจริงๆเเล้วเราชอบเรียนอะไรกันเเน่ ซึ่งในช่วงนั้นก็พอดีได้ติวเรื่องการเขียนภาพอยู่กับอาจารย์ที่สนิทซึ่งจบจากคณะจิตรกรรม ประติมากรรมและภาพพิมพ์ […]

เรียนสถาปัตย์ อดนอนจริงไหม อะไรทำให้เราต้องอดกัน!!

Time Machine Bangkok สถาบันสอนการออกแบบสถาปัตยกรรม

เราเชื่อว่าทุกคนที่สนใจการเรียนสถาปัตย์ หรือการเรียนออกแบบ ต้องเคยได้ยินมาไม่มากก็น้อยเรื่องของการอดนอน และเราเชื่อว่าทุกคนไม่มีใครอยากอดนอน ในวันนี้เรามาทำความเข้าใจและมาหาคำตอบกันว่าการอดนอนตอนเรียนสถาปัตย์ เรียนการออกแบบ เกิดขึ้นจริงไหม และเราจะมีวิธีจัดการยังไงถ้าหากว่ามันเป็นความจริง เรียนสถาปัตย์ เรียนการออกแบบ อดนอนจริงไหม และทำไมต้องอดนอน เรื่องการอดนอน ถ้านำเปอร์เซนต์นักเรียนสถาปัตย์และนักเรียนการออกแบบทั้งหมดมาดู เราก็ต้องบอกว่า 90% ขึ้นไปเคยอดนอนมาแล้วไม่ต่ำกว่า 1 ครั้ง และ 60% ขึ้นไป อดนอนทุกๆการส่งงานใหญ่ ฉะนั้นเราขอสำหรับว่า การอดนอน เกิดขึ้นจริงเราจะมาคุยเหตุผลที่เกิดการอดนอนกันว่าทำเกิดขึ้นได้อย่างไร ปัจจัยที่ 1 ระบบการเรียนสถาปัตย์ และการเรียนการออกแบบ การเรียนสถาปัตย์ และ การออกแบบ การเรียนการสอน จะไม่เหมือนกับการเรียนช่วง ม.ปลาย เนื่องจากสิ่งที่ส่งผลงานและการวัดผลนั้นต่างกัน การเรียน  ม.ปลาย จะเป็นการลงลึกกับเรื่องพื้นฐานหลายแขนง แต่การเรียนสถาปัตย์การออกแบบเรากำลังลงลึกด้านศิลปะ และ การออกแบบ สิ่งที่สำคัญคือการเรียนแขนงนี้ มันไม่มีคำว่า ผิดหรือถูก แต่เป็นคำว่า เหมาะสมและมีประโยชน์ เมื่อเรากำลังตั้งใจหาคำว่าเหมาะสมหรือมีประโยชน์ขึ้นมา ความถูกต้องในการส่งงานก็ไม่ได้มีแค่คำตอบเดียวแน่นอน แต่เป็นการคิดให้แยบยลที่สุดที่จะลดปัญหา เพิ่มประโยชน์ ฉะนั้น การได้เกรดดีคือการทำให้ดีที่สุด ไม่มีบรรทัดฐานผ่านคะแนนเบื้องต้นอีกต่อไป […]

เรียนสถาปัตย์ จบมาได้ความรู้อะไรบ้าง ไปดูจากพอร์ตสถาปัตย์พี่ๆหลังเรียนจบกัน

Screenshot 2021 11 02 at 13.37.28 - Time Machine Studio

เชื่อไหมว่าในปัจจุบัน การหาดูงานสำหรับการเรียนสถาปัตย์มีโอกาสหาได้ง่ายมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นเว็บไซต์โชว์งานพอร์ตฟอลิโอสถาปัตย์และแขนงอื่นๆหลายแขนง อย่างเช่น www.issuu.com หรือ เว็บไซต์ที่โชว์ผลงานสถาปัตยกรรมและภาพวาดดีๆอย่าง www.pinterest.com แต่วันนี้เราจะมาเจาะลึกกันว่า ถ้าเราเรียนสถาปัตย์ 5 ปีจบแล้ว เราจะได้ความรู้อะไรบ้าง เรามาวิเคราะห์กันจากพอร์ตสถาปัตย์หลังเรียนจบของพวกพี่ๆได้เลย เรียนสถาปัตย์มา ได้เรียนรู้ composition การจัดหน้ากระดาษที่ดี การเรียนสถาปัตย์จบมาเราไม่ได้แค่การเรียนสถาปัตย์เท่านั้น สิ่งที่เราได้เป็นหลักเลยก็คือความชำนาญเรื่องของพื้นฐานศิลปะและการออกแบบนั่นเอง และเราจะได้นำความรู้ตรงนี้ไปพลิกแพลงใช้ในการจัดหน้ากระดาษและรูปเล่มงานพอร์ตสถาปัตย์นั่นเอง และไม่ใช่เรื่องเล็กเลยนะ การจัดหน้ากระดาษก็เหมือนกับการเว้นวรรคและเว้นย่อหน้าบทความ หากเราเว้นระยะห่างของเนื้อหาแต่ละเรื่องอย่างดี การทำความเข้าใจงานสถาปัตย์ของเราจะเกิดได้ง่ายนั่นเอง และหากเราโชว์การจัดหน้าพอร์ตสถาปัตย์ได้ดี งานสถาปัตย์เราก็ดูดีไปกว่าครึ่งแล้ว ทั้งนี้เรายังได้ทำความคุ้นเคยกับการใช้ฟอนต์ด้วย เรียกว่าเรียนสถาปัตย์จบ เราจะมีคลังฟอนต์สวยไว้ใช้งานเพียบ แต่อยากเพิ่งคิดว่าเราจะเรียนไปแล้วไปทำงานกราฟิกนะ การเรียนสถาปัตย์ไม่ได้สอนไปถึงทฤษฎีเชิงลึกด้าน graphic ฉะนั้น เราต้องเรียนรู้อีกเยอะนะ ก่อนย้ายสาย แต่ถ้าจัดการงานจัดหน้ากระดาษเบื้องต้น เราทำได้สบายเลย เรียนสถาปัตย์มา ได้เรียนรู้ การวิเคราะห์ข้อมูล และ ระบบการออกแบบ สิ่งนี้เป็นสิ่งที่สำคัญที่สุดในการเรียนสถาปัตย์และการออกแบบ เพราะว่าระบบความคิดแบบการวิเคราะห์หรือที่เรียกว่า CRITICAL THINKING โดยระบบความคิดนี้เป็นจุดเริ่มต้นของการเกิดความคิดสร้างสรรค์ โดยทั่วไปแล้วหลายๆคนอาจจะดว่า ถ้าเราแค่ขึ้นสถาปัตยกรรมให้รูปทรงสวยๆก็ถือเป็นงานที่ดีแล้ว ในความเป็นจริงนั้น ไม่ใช่เลย ถ้าถามกลับไปว่าสวยของเราคืออะไรก็เชื่อว่าไม่มีใคาตอบได้อย่างชัดเจน ฉะนั้น การใช้ […]

เคลียร์ปมผู้ปกครอง เจาะลึกค่าเทอมคณะออกแบบอินเตอร์กัน! รวมถึงค่าใช้จ่ายอุปกรณ์ด้วย

Time Machine Bangkok สถาบันสอนการออกแบบสถาปัตยกรรม

ถ้าหากพูดถึง inda จุฬา commde จุฬา หลังจากที่เราได้หาข้อมูลกับคณะเหล่านี้แล้ว ในใจหลายๆคนต้องไม่กล้าบอกคุณพ่อคุณแม่แน่ๆ เพราะต้องมีคำว่า “แพง” โผล่เข้ามาในหัวเมื่อเทียบกับค่าเทอมสถาปัตย์จุฬาภาคไทย หรือแม้แต่ผู้ปกครองเอง ถ้าได้ยินลูกบอกว่าอยากขเ้า คำถามในหัวคือ เท่าไหร่ หรือ จะคุ้มไหมแน่นอน ฉะนั้น วันนี้เราจะมาคุยกันว่า ค่าใช้จ่ายในแต่ละคณะกลุ่มนี้ ราคาเท่าไหร่กันแน่ เทียบกับภาคไทยแพงกว่าเยอะไหม แะคุ้มหรือเปล่า เราไปดูกัน! ในการพูดถึงค่าใช้จ่าย เราจะขอแยกเป็นสองข้อหลักที่เป็นข้อมูลเฉพาะ ค่าเทอม ค่าใช้จ่ายในการสร้างผลงานการออกแบบ ค่าเทอม เมื่อนำค่าเทอมของภาคไทยมาเทียบกับค่าเทอมภาคอินเตอร์อย่าง inda จุฬา และ commde จุฬา ในการจ่ายค่าเทอม inda และ commde จุฬา จะแยกเป็นสองส่วน ส่วนแรกเป็นค่าใช้จ่ายที่ชำระค่าเทอมกลางของมหาวิทยาลัย และส่วนที่สองเป็นค่าใช้จ่ายที่ชำระค่าเทอมแยกของภาควิชานานาชาติภาคนั้นๆ ฉะนั้น เมื่อเทียบกัน การจ่ายค่าเทอ inda จุฬา และ ค่าเทอม commde จุฬา จะต้องจ่ายสองส่วน ในขณะที่หากเป็นค่าเทอมสถาปัตย์จุฬาภาคไทย ค่าเทอมทั้งหมดจะจ่ายแค่ค่าเทอมส่วนกลางของมหาวิทยาลัย ซึ่งคือส่วนแรกส่วนเดียวนั่นเอง […]