รีวิวข้อสอบ CU-TAD รอบตุลาคม ปี64 – ตอนที่ 1

การสอบ CU-TAD ครั้งนี้มีอะไรที่น่าสนใจ การสอบ CUTAD รอบนี้ถือเป็นการสอบความถนัดทางสถาปัตย์รอบที่เรียกได้ว่าเกิดการรอคอยมาอย่างยาวนานจากใครหลายๆคน เป็นการทิ้งช่วงสอบ CUTAD ที่นานมากเท่าที่เคยมีมา หลายเดือนที่รอคอยฝึกฝนทำให้น้องๆหลายคนมีความกังวลในเรื่องของการเตรียมตัวสอบกันไม่น้อย แต่การสอบในครั้งนี้ก็ได้แสดงให้เห็นถึงหลายๆจุดเปลี่ยนให้เห็นอย่างน่าสนใจซึ่งทางพี่ๆจาก time machine studio มองว่าน้องๆหลายคนน่าจะได้ประโยชน์จากการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ไปไม่มากก็น้อยเลยทีเดียวหากให้วิเคราะห์ภาพรวมของการสอบในรอบนี้ ทางพี่ๆอยากขอนิยามข้อสอบชุดนี้ว่าเป็นชุดที่มีการปรับให้ข้อสอบส่วนของ part1 และ isometric ใน part 2 และ 3 ให้มีความง่ายขึ้นเเต่มี part สองส่วนของ logo และ product design ที่ยากขึ้นเล็กน้อยนั่นเอง ดังนั้นเชื่อว่าน้องๆหลายคนที่ไม่ถนัดในเรื่องของ isometric ที่ซับซ้อนจะต้องรู้สึกว่าทำข้อสอบส่วนนี้ได้มั่นใจมากขึ้นอย่างแน่นอน รีวิวการสอบ part ที่ 1 ก่อนอื่นขอเริ่มจากการชี้แจกเนื้อหาทั้งหมดของข้อสอบ part1 ในครั้งนี้ก่อนว่ามีภาพรวมเป็นอย่างไรบ้าง โดยข้อสอบทั้ง 20 ข้อจะประกอบด้วยเนื้อหาต่างๆดังนี้ – การหาชิ้นส่วนของภาพที่หายไป x 2– การต่อชิ้นส่วนของภาพ x 1– การหารูปทรงที่ไม่เข้าพวก x 2– […]
รีวิวข้อสอบ CU-TAD รอบตุลาคม ปี64 – ตอนที่ 2

รีวิวการสอบ part ที่ 3 ข้อที่ 1 ( perspective ) Perspective Design : Chinese New Year night at chinatownก่อนอื่นพี่ๆอยากขอสรุปเนื้อหาโดยของโจทย์อย่างง่ายเพื่อประกอบการตีความและให้น้องๆเข้าใจถึงรายละเอียดที่โจทย์ถามหาโดยสังเขปกันก่อน โดยโจทย์ในการสอบ CUTAD ครั้งนี้นั้นมีเนื้อหาอยู่ประมาณว่า วันนี้เป็นวันตรุษจีน ซึ่งเป็นวันที่พวกเราได้ไปเยี่ยมคุณปู่และคุณย่ากันมา หลังจากกลับจากบ้านคุณย่า เราได้นั่งรถแท็กซี่ไปแวะทานอาหารกันที่ร้านอาหารแห่งหนึ่งในย่าน chinatown ใจกลางเมือง โดยรถแท็กซี่ได้ส่งเราที่บริเวณซุ่มทางเข้าของย่าน chinatown โดยซุ้มทางเข้านี้ตั้งอยู่ใจกลางพื้นที่ที่เป็นลักษณะของวงเวียน โดยตัวซุ้มแห่งนี้มีลักษณะเป็นซุ้มเสาคู่ ที่ตั้งขึ้นไปรับหลังคารูปทรงปั้นหยา ( hip roof ) ที่วางซ้อนกันสองชั้นอยู่บนคานยื่นเหนือเสาคู่นั่นเอง ซุ้มนี้มีการประดับตกแต่งไปด้วยสีทองและสีแดงดูโดดเด่น เบื้องหลังของซุ้มเป็นถนนที่นำสายตาไปสู่บรรดาาตึกแถวต่างๆในย่าน chinatown แห่งนี้ เบื้องหลังของซุ้มทางเข้าทางด้านซ้ายเราจะพบกับวัดแห่งหนึ่งซึ่งมีเจดีย์รูปทรงโดดเด่นตั้งอยู่ เจดีย์ของวัดมีลักษณะเป็นเหลี่ยมุมมีส่วนของมุขทางเข้าที่คลุมด้วยหลังคาทรงจั่ว ( gable roof ) ยื่นออกมาทั้ง 4 ด้าน องค์เจดีย์เป็นการซ้อนชั้นกันของหลังคาทรงปั้นหยาหลายชั้นมีสีขาวสลับสีทองโดดเด่นเป็นสง่าท่ามกลางตึกแถวร้านค้าสูงประมาณ 3-4 ชั้นในย่านแห่งนี้ […]
ทดสอบว่าใจอยากเรียนสถาปัตย์จริงไหม มาดูปัจจัยการวัดความน่าเรียนกัน

แน่นอนว่าเมื่อไหร่เราชอบทางสายอาร์ตไม่ว่าจะเป็นการวาดรูป ลงสี ปั้น หรือแม้แต่ไปดูงานศิลป์บ่อย เดินดู art gallery ทุกคนก็จะมีคำว่า เรียนสถาปัตย์ดีไหม เข้ามาในหัว เพราะเป็นคณะที่ถูกพูดถึงบ่อยเป็นอันดับต้นๆ ที่พ่อแม่ยอมรับ และมองว่าเป็นคณะที่มีความปลอดภัยในเรื่องการงาน หรือ หลายคนก็จะบอกว่า เรียนสถาปัตย์จะดีกว่าเพราะเป็นการรวมทั้งศาสตร์วิทย์และศาสตร์ศิลป์ อย่างไรก็ตามจากประสบการณ์ของเราที่มีเพื่อนๆที่เรียนสถาปัตย์ไม่ต่ำกว่า 50 เปอร์เซ็นต์ จริงๆแล้วไม่ชอบการทำงานสถาปัตย์ และสุดท้ายเมื่อเรียนจนจบก็ได้ไปทำงานสายอื่นๆ ทั้งงานที่เกี่ยวข้องกับการออกแบบและงานนอกสายการเรียนสถาปัตย์ ฉะนั้นในวันนี้เราจะมาทดสอบกันว่า ใจจริงเราอยากเรียนสถาปัตย์ไหม และพร้อมกับการเรียนสถาปัตย์แค่ไหน ถ้าจะเลือกเรียนสถาปัตย์ อยากออกแบบ 3 มิติไหม คำถามนี้ก็สำคัญไม่แพ้กัน เพราะเมื่อเรารู้แล้วว่าเราไม่ได้แค่ชอบวาดรูปหรืออาจจะไม่ชอบวาดรูปเลย แต่เราชอบการก่อสร้าง หรือการเขียนแบบ หรือแม้แต่ไปคาเฟ่แล้วอยากออกแบบพื้นที่กับความรู้สึกของคน สิ่งที่น้องๆอาจจะหาเรียนหรือหาข้อมูลได้ยากคือ การออกแบบสามมิติ ต้องทำอย่างไร งานหลักๆในการเรียนสถาปัตย์คือการนำเสนอพื้นที่สามมิติที่เราออกแบบเพื่อให้เกิดการใช้งานที่ตอบโจทย์ โดยการนำเสนอสามมิติ แน่นอนว่าเราไม่สามารถสร้างงานจริงมาส่งได้ การแสดงงานหลักของเราคือการเขียนสองมิติให้ครบทุกด้าน เพื่ออาจารย์นี้ได้เห็นภาพและนำไปประกอบเป็นรูปร่างในหัว สิ่งที่ช่วยได้เพิ่มเติมคือการสร้างภาพเสมือนสามมิติ เช่น การเรนเดอร์ภาพออกมาในคอมพิวเตอร์ หรือการวาดทัศนียภาพนั่นเอง ฉะนั้นหาเตรียมตัว พี่ขอแนะนำสองทาง ทางแรกคือการเรียนรู้การทำโปรแกรมสามมิติสำหรับการเรนเดอร์ ซึ่งตรงนี้ สามารถหาเรียนได้จากใน YouTube หรือหากต้องการคนที่สรุปเรื่องให้แบบชัดเจน เราก็มีสอนเช่นกัน กับสองคือการฝึกออกแบบสามมิติ […]
อาวุธประจำตัวของนักเรียนสถาปัตย์

การจะเป็นสถาปนิกหรือนักออกแบบนั้น อุปกรณ์คู่ใจถือเป็นสิ่งสำคัญเป็นอย่างมากเปรียบเสมือนอาวุธประจำตัวสำหรับลุยงานต่างๆที่เข้ามาในแต่ละวัน วันนี้พี่ๆจาก time machine studio จึงอยากจะมาจำแนก item คู่ใจแต่ละชิ้นให้น้องๆที่มีความสนใจอยากสอบเข้าคณะสถาปัตย์หรือที่กำลังติวสถาปัตย์กันอยู่นั้นได้มาทำความรู้จักกันเบื้องต้นกันสักหน่อย ไอเทมเบสิคติดตัว มักเป็นไอเทมที่นิยมใช้ในการคิดแบบร่างคร่าวๆ ไม่ได้เน้นความเนี๊ยบของแบบมากนัก นิยมใช้คิดงานออกแบบนอกสถานที่หรืออาจจะใช้เมื่อต้องการสเก็ชไอเดียใหม่ๆในเวลาอันสั้นนั่นเองไม่ว่าจะสเก็ชคุยงานออกแบบสถาปัตยกรรมกับอาจารย์ เพื่อนฟูง หรือลูกค้าก็ตาม โดยไอเทมในกลุ่มนี้แบ่งออกได้หลายชิ้นดังนี้ 1. กระดาษร่าง ถือเป็นไอเทมสำคัญในการเรียนออกแบบสถาปัตยกรรมเนื่องจาก มักถูกใช้อย่างบ่อยครั้งในการทดไอเดียใหม่ๆลงในแบบ โดยการวางกระดาษร่างที่มีความโปร่งทับลงบนแบบเดิมและเขียนทับ เป็นไอเทมที่ช่วยเพิ่มความสะดวกในการออกแบบและมีราคาที่ไม่แพง 2. ดินสอกดหัวใหญ่ๆ เป็นไอเทมอยอดนิยมในบรรดานักเรียนสถาปัตย์และสถาปนิกกันอย่างมากมาย เพราะดินสิที่มีความหนาจะช่วยเพิ่มความสนุกในการสเก็ชเป็นอย่างมาก โดยขนาดของไส้ดินสอที่นิยมใช้กันจะอยู่ในช่วง 0.5 0.7 และ 0.9 มม. ดินสอนกดขนาดใหญ่เหล่านี้มีความเหมาะสมในการนำมาเขียนภาพทัศนียภาพหรือการสเก็ชทดไอเดียต่างๆก็จริงแต่ไม่เหมาะอย่างยิ่งในการนำไปเขียนแบบที่ต้องการรายละเอียดที่ชัดเจน 3. ไม้สเกล ของคู่ใจที่สำคัญที่สุดของการเรียนสถาปัตย์เลยก็ว่าได้ เพราะเป็นไอเทมอที่ช่วยให้เราสามารถเขียนแบบและคิดงานออกแบบในสเกลต่างๆได้เพื่อความเหมาะสมกับขนาดของหน้ากระดาษหรือขนาดของงานนำเสนอต่างๆ ปัจจุบันไม้สเกลถูกพัฒนารูปแบบไปมากมายหลายแบบมีตั้งแต่ รูปแบบไม้บรรทัดฟุต รูปแบบไม้บรรทัดขนาดเล็กพกพาง่าย และ รูปแบบของไม้สเกลพัด ที่สามารถพกพาไปไหนมาไหนได้สะดวก ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับความชอบความถนัดของแต่ละคนว่าตนเองนั้นสะดวกแบบไหน แต่หากใครใช้แบบไม้บรรทัดฟุตเเล้วหล่ะก็ อย่าเผลอไปเหยียบเข้าให้นะ เพราะจะเป็นประสบการณ์ความเจ็บที่ไม่รู้ลืมเลยทีเดียว 4. ปากกาเทพ จริงๆชื่ออีกอย่างของไอเทมนี้ก็คือ ปากกามาร์กเกอร์ […]
วิธีการจัดพอร์ทฟอลิโอ COMMDE จุฬา พื้นที่น้อยขนาดนี้จะทำอย่างไรให้พอ

จากบทความการเปรียบเทียบระหว่าง INDA จุฬา กับ COMMDE จุฬา เชื่อว่าทุกคนตอนนี้จะเห็นภาพความยากในการทำพอร์ตฟอลิโอ COMMDE กันแล้วนะครับ (หากใครยังไม่ได้อ่าน คลิกที่นี่!) อย่างที่รู้ว่า พอร์ตฟอลิโอ COMMDE จุฬาต้องยื่นทั้งหมด 12 หน้า 12 งาน โดยต้องเป็นระบบ 1 หน้า 1 งานเท่านั้น เราจะมาคุยกันว่าเราจะจัดการเวลาในการทำงานพอร์ตฟอลิโอ รวมไปถึงการจัดรูปเล่มที่ได้ประสิทธิภาพนั้น เราจะต้องทำอย่างไรบ้าง ไปเริ่มกันเลย การทำงาน 12 งานอย่างมีประสิทธิภาพ ก่อนอื่นเลย การจะจัดหน้าพอร์ตได้ดีการมีผลงานที่เหมาะสมและเตรียมการจัดหน้ากระดาษไว้ก่อนจะดีที่สุด โดยวิธีการทำงานพอร์ตฟอลิโอสำหรับ COMMDE จุฬาของเรามีขั้นตอนดังนี้(หมายเหตุ** : วิธีการที่นำเสนอเป็นเพียงรูปแบบหนึ่งในการทำพอร์ต ไม่ใช่วิธีที่ต้องทำเสมอไป) 1. เริ่มจัดระเบียบงานที่มีอยู่แล้วหรืองาน sketch วาดเล่นเป็นระบบ และเลือกลงเป็นเซตของงาน ขั้นตอนนี้เป็นสิ่งที่ประหยัดเวลาที่สุดหากเราเคยวาดภาพบ่อยๆและเก็บไว้ เราแนะนำให้ทำเป็นกลุ่มของผลงานมากกว่าลงรูป 1 รูปเนื่องจากงานกลุ่มนี้ที่เป็นสเกชต์ลายเส้นหรือรูปวาดเวลาว่างต่างๆทำให้เนื้อคอนเซปอาจไม่ชัด แต่คอนเสปการสเกชต์ที่ชัดที่สุดคือการพัฒนาลายเส้น ฉะนั้นจะเป็นการดีถ้าอาจารย์เมื่อได้เห็นพอร์ตฟอลิโอเรา เข้าเห็นลายเส้นเรา เห็นเอกลักษณณ์ตัวตนเรา และสามารถเป็นจุดเริ่มต้นที่ดี (intro) และเป็นงานสำหรับการอ้างอิงตัวตน […]
รีวิวข้อสอบ PAT4 ปี63

ประเด็นที่น่าสนใจของข้อสอบชุดนี้ ในปี 63 เป็นที่น่าประหลาดใจเป็นอย่างมากเนื่องจากคะแนนสอบ PAT4 ปี 63 ของน้องๆทั่วประเทศส่วนมากประมาณ 56% นั้นมีค่าเฉลี่ยเกาะกลุ่มรวมกันในกลุ่มช่วงคะแนน 60-120 เป็นส่วนใหญ่ อีกทั้งคะแนนเฉลี่ยของผู้สอบ PAT4 ปี 63 ทั้งประเทศอยู่ที่ 94.52 คะแนนเต็ม 300 เท่านั้น มีผู้สอบเพียง 8 คนที่ได้คะแนนมากกว่า 240 คะแนน ซึ่งถือว่าตํ่ามากหากเทียบกับสถิติ 5 ปีหลังสุดของการสอบ PAT4 ในข้อสอบ PAT4 ชุดปี 63 นี้ มีประเด็นที่น่าสนใจอยู่ในหลายๆส่วน โดยเฉพาะ การเปิดตัวโจทย์การออกแบบ logo รูปแบบใหม่หรือแนวทางการให้โจทย์การวาดภาพทัศนียภาพในข้อสอบส่วนที่ 3 ซึ่งสะท้อนให้เห็นประเด็นสำคัญในการตรวจเเละประเมินการเขียนภาพทัศนียภาพของข้อสอบความถนัดทางสถาปัตย์มากยิ่งขึ้น ทั้งนี้พี่ๆจาก time machine studio จึงอยากหยิบยกโจทย์บางส่วนที่น่าสนใจมาเจาะลึกและเล่าสู่กันฟังเพื่อให้น้องๆที่กำลังจะสอบในปีต่อๆไป ได้รู้และปรับแนวทางการเตรียมตัวของตนให้พร้อมมากยิ่งขึ้น โจทย์ที่น่าสนใจและเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญ จากการสอบถามข้อมูลเบื้องต้น และการได้พูดคุยสอบถามจากน้องๆที่ได้เข้าร่วมการสอบในครั้งนี้ ทำให้พี่ๆทาง Time machine studio […]
รีวิวสาขาวิชาคณะสถาปัตย์ 4 อันดับ และ วัดคะแนน SAT เราจะเลือกสาขาไหนดี?

บทความนี้เป็นการสรุปข้อมูลจาก time machine podcast EP.7 ของเรา หากใครต้องการฟังประสบการณ์จริงกับชีวิตหฤหรรษ์เกิดการพิมพ์ในบทความนี้ สามารถเข้าลิงค์ด้านล่างได้เลยครับ คณะสถาปัตย์มีสาขาอะไรบ้าง ในข้อมูลนี้เราขออ้างอิงคณะสถาปัตย์ จุฬา เนื่องจาก เราจะสามารถให้ข้อมูลที่แม่นยำที่สุดคณะสถาปัตย์มีสาขาดังนี้ – สถาปัตยกรรม– สถาปัตยกรรมภายใน– ภูมิสถาปัตยกรรม– สถาปัตยกรรมผังเมือง– ออกแบบอุตสาหกรรม– สถาปัตยกรรมไทย– INDA– COMMDE โดยแต่ละสาขาวิชาสถาปัตย์นี้ จะมีการเรียนการสอนที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง และหากมีคำถามว่าสถาปัตย์เรียนกี่ปี นี่ก็จะเป็นคำตอบที่ยากเช่นเดียวกันเพราะ แต่ละสาชาวิชาสถาปัตยกรรมนั้นเรียนจำนวนปีไม่เท่ากัน ตั้งแต่ 4 ถึง 5 ปี และเมื่อเทียบกับความคาดหวังของหลายๆคนแล้วที่อยากเข้าไปออกแบบสร้างอาคาร ในชีวิตจริง มีเพียงไม่กี่สาขาวิชาที่จะได้ทำด้านอาคารนะ และสิ่งที่สำคัญที่สุดคือช่วงเวลาที่ได้เลือกสาขา ไม่ใช่ช่วงปี 1 หรือ ปี 2 แต่เป็นช่วง admission นั่นเอง ฉะนั้นเราจะเลือกสาขาวิชาสถาปัตยกรรมยังไงดี เราไปติดตามกันเลยครับ เราจะขอแบ่งสาขาที่จะออกแบบเป็น ประเภทดังนี้ – สาขาที่ได้เรียนการออกแบบอาคารเป็นหลัก– สาขาทีไม่ได้เรียนการออกแบบอาคารเป็นหลัก สาขาที่ได้เรียนการออกแบบอาคารเป็นหลัก สาขาวิชาสถาปัตยกรรม จำนวนปีที่เรียน : […]
โปรแกรมที่จำเป็นในสายงานสถาปัตย์

ความสำคัญของโปรแกรมในการออกแบบสถาปัตยกรรม การทำงานสถาปัตย์นั้นมีรายละเอียดที่มากและมีความซับซ้อนสูง การนำโปรแกรมคอมพิวเตอร์เข้ามาช่วยทำงานจะช่วยร่นระยะเวลาในหลายๆขั้นตอนลงไปเป็นอย่างมาก ตัวอย่างเช่น การเขียนแบบที่มีรายละเอียดมากหลายๆแผ่นที่คล้ายกัน การขึ้นหุ่นจำลองสามมิติที่ซับซ้อนเกินกว่ามนุษย์จะนึกได้ การถอดปริมาณวัสดุและพื้นที่ของอาคารต่างๆ ล้วนสามารถทำได้โดยง่ายผ่านโปรเเกรมทางการออกแบบเเทบทั้งสิ้น โดยทั่วไปเเล้วนักศึกษาสถาปัตย์มักจะเริ่มได้ใช้คอมพิวเตอร์เข้ามามีส่วนช่วยในการออกแบบอาคารเมื่อช่วงย่างเข้าสู่ปี 2 นั่นเอง ดังนั้นการเข้าใจชนิดการทำงานของโปรแกรมช่วยออกแบบชนิดต่างๆอย่างดี จะช่วยให้ผู้ออกแบบเลือกใช้โปรเเกรมได้ตรงกับภาระงานที่ทำและเกิดประโยชน์ได้มากที่สุด โดย โปรเเกรมที่เกี่ยวข้องกับงานออกแบบสถาปัตยกรรม สามารถแบ่งออกได้ทั้งหมด 4 กลุ่มดังนี้ โปรแกรมทำงานเขียนแบบ เป็นโปรเเกรมที่เน้นการทำงานในเชิง 2 มิติ โดยมีหน้าที่หลักในการเข้ามาทำหน้าที่แทนโต๊ะเขียนแบบนั่นเอง โปรเเกรมเหล่านี้มักมีจุดเด่นความสามารถในการเขียนเส้นหลากหลายความหนา และ สามารถเขียนเส้น 2 มิติ ได้สะดวกหลากหลายวิธีการ มักเหมาะสมในการนำมาใช้ทำงานเขียนแบบก่อสร้าง หรือ การทำงานเชิงลวดลาย 2 มิติ โปรเเกรมที่นิยมใช้กันอย่างเเเพร่หลายเเละถือเป็นโปรเเกรมพื้นฐานสำคัญที่สถาปนิกทุกคนต้องรู้จักคือ Autodesk AutoCAD นั่นเอง โปรแกรมทำงานสามมิติ เป็นโปรแกรมที่ช่วยขึ้นหุ่นจำลองสามมิติแทนการตัดหุ่นจำลองจริงได้อย่างรวดเร็ว ทำให้ผู้ออกแบบสามารถเข้าใจถึงมิติของที่ว่างเเละรายละเอียดต่างๆที่อาจตกหล่นไปในการมองเเบบสองมิติ โปรเเกรมกลุ่มนี้เน้นการทำงานที่เป็น 3 มิติที่มีความซับซ้อน ทำให้มีการใช้ RAM เเละ CPU มาก โปรเเกรมที่นิยมใช้กันส่วนมากสามารถแบ่งออกเป็นสองโปรแกรม ได้เเก่ 1. SketchUp ซึ่งมีจุดเด่นในการใช้งานที่ง่ายไม่ซับซ้อนเเละหลากหลาย และ […]
SKILL TEST COMMDE จุฬา ออกอะไรบ้าง และเตรียมตัวอย่างไร

เมื่อเราพูดถึงการสมัครเข้า COMMDE จุฬาแล้วนั้น ส่วนใหญ่ทางผู้สมัครจะทราบเกณฑ์ และ รายละเอียดอย่างชัดเจนและสามารถเตรียมความพร้อมในการยื่นสมัครเข้าเรียน อย่างไรก็ตาม ข้อมูลในช่วงเข้าสัมภาษณ์นั้นอาจหาอ่านหรือพบได้น้อย ในวันนี้เราจะมาคุยเรื่องของหนี่งในกระบวนการทดสอบในช่วงเข้าสัมภาษณ์กัน และการทดสอบที่สำคัญที่สุดอย่างหนึ่งคือ SKILL TEST นั่นเอง ความสำคัญของรอบสัมภาษณ์ รอบสัมภาษณ์คือการวัดผลรอบที่สองและเป็นรอบสุดท้ายของเราเข้า COMMDE โดยรอบนี้จะวัดผล 2 เรื่อง 1. SKILL TEST2.การสัมภาษณ์ โดยจากประสบการณ์เราผู้ที่ยื่นสมัครในรอบแรก หากมีคะแนนสอบผ่านตามเกณฑ์และมีพอร์ตฟอลิโอที่แสดงถึงการออกแบบด้วยศิลปะแล้วนั้น ผู้ที่ยื่นจะมีสิทธิ์เข้ารอบสองทั้งหมด ซึ่งโดยเฉลี่ยจะอยู่ที่ 120-160 คน และเมื่อผ่านรอบสัมภาษณ์จะคัดเหลือเพียง 50 คนเท่านั้น ฉะนั้น ทั้งพอร์ตฟอลิโอและ SKILL TEST จึงเป็นส่วนประกอบที่สำคัญที่สุดที่น้องๆต้องให้ความสำคัญ SKILL TEST COMMDE จุฬาคืออะไร SKILL TEST ของ COMMDE จุฬาคือการทดสอบทักษะการออกแบบและทักษะด้านการวาด การวัดผลจะวัดผลทั้งสามเรื่องคือ ในเรื่องความสามารถการออกแบบ และ ความสามารถในการวาดภาพแสดงความคิด และ เอกลักษณ์ตัวตนของงานศิลปะและการออกแบบที่ผู้สอบแสดงในโจทย์ 3 ข้อ โดยจะมีการเข้าสอบเมื่อน้องๆได้รับเลือกเข้าสู่รอบสัมภาษณ์และการสอบจะจัดขึ้นก่อนวันสัมภาษณ์ 1 […]
INDA จุฬา กับ COMMDE จุฬา ยื่นทางไหนดี ในเมื่อคะแนนดีพอทั้งสองอัน!!

ในวันนี้เราจะขอพูดของฝั่งหลักสูตรนานาชาติกันบ้าง โดยวันนี้เราจะมาพูดถึงเรื่องของการเลือกสาขาการออกแบบในคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โดยสาขาทั้งหมดจะมี INDA จุฬา และ COMMDE จุฬา เราจะมาคุยกันว่า สองสาขานี้ต่างกันอย่างไร และที่สำคัญที่สุด พอร์ตที่ใช้ยื่นเข้า เหมือนกันแค่ไหน และสามารถใช้ร่วมกันได้ไหม เรามาหาคำตอบกันเลย คะแนนสอบและผลงานที่ใช้ในการสอบเข้า ทั้งสองคณะนี้จะใช้คะแนนการสอบทางคณิตศาสตร์ (SAT,CU-AAT) , คะแนนความถนัดทางภาษาอังกฤษ (SAT, IELTS, CU-AAT, CU-TEP) และต้องยื่นพอร์ตการออกแบบเหมือนกัน โดยจะมี INDA จุฬาใช้คะแนนสอบเพิ่มอีก 1 ข้อสอบ นั่นคือ ความถนัดทางสถาปัตย์ (CU-TAD) นั่นเอง อย่างไรก็ตามคะแนนที่ใช้ในการเข้านั้นไม่เท่ากันในแต่ละข้อสอบซึ่งเราแสดงเป็นตารางดังนี้ INDA COMMDE คะแนนการสอบทางคณิตศาสตร์ SAT 580 (530) SAT 490 CU-AAT 550 (500) CU-AAT 490 คะแนนความถนัดทางภาษาอังกฤษ SAT 450 (400) SAT 450 CU-AAT […]