10 ข้อควรรู้ก่อนเริ่มติวสถาปัตย์

S 41910292 1 - Time Machine Studio

การติวสถาปัตย์เป็นสิ่งที่มีมาอย่างยาวนาน นักศึกษาสถาปัตยกรรมหลายคนล้วนต้องเคยผ่านการติวสถาปัตย์กันมาแทบทั้งสิ้น แต่มีหลายคนเช่นกันที่เมื่อมาติวแล้วพบปัญหาต่างๆมากมายเนื่องจากความเข้าใจผิด หรือ ไม่ทราบว่าการติวสถาปัตย์หรือการเรียนสถาปัตย์ในอีก 5 ปีข้างหน้านั้นจริงๆแล้วเป็นอย่างไร และมีอะไรเป็นหัวใจสำคัญ วันนี้พี่ๆทาง time machine studio จึงได้รวบรวม 10 ข้อควรรู้สำหรับน้องๆที่ต้องรับทราบก่อนเริ่มติวสถาปัตย์ จะมีอะไรนั้น ไปดูกันได้เลย! 1. หัวใจของการติวสถาปัตย์ คือ การฝึกความเข้าใจในที่ว่าง 3 มิติ หลายๆคนคิดว่าการติวสถาปัตย์คือการมุ่งเน้นในการวาดรูปให้สวยและเหมือนจริงที่สุด แต่ในความจริงแล้วไม่ว่าจะเป็นส่วนใดของเนื้อหาข้อสอบอย่างเช่น การวาดภาพทัศรียภาพ หรือ ISOMETRIC รวมไปถึงการทำ PORTFOLIO หัวใจสำคัญล้วนคือการฝึกความเข้าใจในภาพ 3 มิติแทบทั้งสิ้น น้องๆที่สามารถเชื่อมโยงภาพ 2 มิติ และ 3 มิติได้อย่างรวดเร็วจะทำให้สามารถคิดหรือเข้าใจที่ว่างทางสถาปัตย์ได้อย่างรวดเร็วด้วยเช่นกัน 2. การวาดภาพสำหรับสถาปนิก คือ การวาดภาพที่ใช้เวลาไม่นาน  ในการติวสถาปัตย์ของน้องๆบางคน การวาดภาพจะเน้นไปกับการวาดภาพที่มีรายละเอียดสูงและใช้เวลาวาดเป็นเวลานาน บางคนใช้เวลาเป็นวัน เป็นสัปดาห์ หรือในบางคนก้เป็นเดือนเลยทีเดียว แต่ในความเป็นจริงนั้นการวาดภาพที่สถาปนิกคนหนึ่งใช้ในการทำงานจริงนั้น ล้วนแต่ประกอบไปด้วยการสเก็ชภาพที่สามารถสื่อสารความคิดของสถาปนิกออกมาได้ชัดเจนในเวลาอันสั้น ไม่ว่าจะเป็นทัศนียภาพ แผนภาพความคิด ผังพื้น หรือ ภาพตัด […]

รีวิวการเตรียมตัวเข้า COMMDE จุฬาการสัมภาษณ์และโจทย์ SKILL TEST TCAS 65

1 - Time Machine Studio

ในการเตรียมตัวเข้าคอมดีปีนี้ จะยังคงเป็นการยื่นเหมือนเดิมแต่ทางคอมดีได้เปลี่ยนการยื่นเป็นระบบ ONLINE เต็มตัว ซึ่งทางเราจะขอแนะนำความเข้าใจระบบการยื่นคอมดี เพื่อให้น้องๆเข้าใจมากขึ้นกับการยื่นออนไลน์และรู้ว่าตัวน้องๆเองเมื่อยื่นไปแล้วจะต้องตรวจสอบส่วนใดบ้าง เพราะในรอบที่ผ่านมาน้องๆของเราได้เจอปัญหากับระบบอยู่บ้าง รวมถึงการสอบ SKILL TEST ที่ปีนี้มีการปรับโจทย์ทีมีการเน้นไปที่สกิลบางอย่างอย่างชัดเจนและเปลี่ยนปริมาณเวลาการสอบด้วย ถ้าพร้อมแล้วไปอ่านและเตรียมตัวกันเลย  การทำพอร์ทฟอลิโอ COMMDE จุฬา ในการยื่นพอร์ทฟอลิโอ ยังเป็นรูปแบบเดิมคือการยื่น 12 งาน 12 หน้า แต่ในปีนี้ทางคอมดีได้ตั้งโจทย์พิเศษ 1 ข้อในงานที่ 12 จะต้องเป็นผลงานที่แสดงความเป็นตัวเองมากที่สุด และนำเสนอในรูปแบบผลงานอะไรก็ได้ที่ไม่ใช้สื่อวิดีโอ หรือ ภาพเคลื่อนไหว STOPMOTION ซึ่งการกำหนดข้อกำหนดตรงนี้เป็นข้อพิสูจน์ความต้องการขอ COMMDE จุฬาที่ต้องการแสดงตัวตนให้ชัดเจนในการทำพอร์ทฟอลิโอนั่นเอง และตัวอย่างการทำขอ 12 สามารถเป็นได้ดังนี้ ระบบการยื่นในรูปแบบออนไลน์  ในการยื่นออนไลน์จะมีขั้นตอนทั้งหมด 9 section ซึ่งสิ่งที่สำคัญคือการทำเอกสาร ในปีที่ผ่านมา เอกสารของ COMMDE จุฬา เป็นการแสกนและในไปอัพโหลด ซึ่งในตอนนี้หลายๆส่วนเป็นการกรอกแล้วแต่ก็ต้องพึงระวังเรื่องดังนี้ เอกสารที่ให้แสกนห้ามใช้ IPAD และ APPLE PENCIL ในการเซ็นเอกสารเอกสารที่ทางคอมดีให้เซนต์เป็นลายลักษณ์อักษรจะมีทั้งหมด 4 ใบ […]

รีวิวการสอบสัมภาษณ์และการสอบข้อเขียนเพื่อยืนยันตัวตนของสถาปัตย์ศิลปากร ปี 65

LINE ALBUM ARCH PORT 22 ๒๒๐๑๓๐ - Time Machine Studio

เพิ่งจบลงไปหมาดๆกับการประกาศผลของผู้มีสิทธิ์เข้าศึกษาในคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยศิลปากร ปี 65 โดยก่อนอื่นพี่ๆจาก time machine studio ต้องขอเเสดงความยินดีกับน้องๆทีมสถาปัตยกรรมของ time machine studio ทั้ง 7 คนที่ฟันฝ่าการทดสอบรอบต่างๆจนเป็น 7 ใน 65 คนตัวจริง จากผู้ผ่านการทดสอบรอบเเรกถึง 142 คน ความดุเดือดเข้มข้นของปีนี้เป็นอย่างไรในบทความนี้พี่ๆจาก time machine studio จะมาวิเคราะห์เเละรีวิวให้เผื่อเป็นประโยชน์ต่อน้องๆหลายๆคนที่อาจจะไม่เคยทราบข้อมูลส่วนนี้มาก่อนเเละสนใจอยากสอบเข้าสถาปัตย์ ศิลปากรกัน  การทดสอบรอบนี้ปกติเเล้วเป็นอย่างไร ในปีนี้ก็เป็นเหมือนทุกปี ที่เมื่อน้องๆม.6 ที่มีผลงานใน portfolio ที่เข้าตากรรมการทั้งหลายจะถูกคัดเลือกให้ผ่านเข้ารอบเเรกในการไปทำแบบทดสอบข้อเขียน และ การสอบสัมภาษณ์ กับอาจารย์ในมหาวิทยาลัย ในปีนี้มีผู้ผ่านเข้ารอบเเรกนี้ถึง 142 คนซึ่งถือว่ามากกว่าปีก่อนๆถึง 20 กว่าคนเลยทีเดียว ในรอบนี้จะมีผู้ผ่านเข้ารอบประมาณ 1 ใน 3 เท่านั้นคือประมาณ 55 คน ทำให้เป็นตัวบ่งชี้ว่าการที่น้องๆมี portfolio ที่ดีเพียงอย่างเดียวนั้น ไม่ได้เพียงพอในการจะสอบติดมหาวิทยาลัยได้นั่นเอง ในการคัดเลือกของผู้ผ่านการสอบเข้ามารอบเเรกนี้ ถือเป็นการวัดความสามารถของน้องๆอย่างเเท้จริง […]

รีวิวการเตรียมตัวเข้า INDA และการสัมภาษณ์ TCAS 65 2022

First - Time Machine Studio

รู้หรือไม่ว่าการยื่นเข้า INDA จุฬา ในเกณฑ์รอบ TCAS 65 มีการเปลี่ยนไปค่อนข้างมาก ในวันนี้เราจะมีรีวิวในทุกๆส่วนของการใช้คะแนนเพื่อดูว่าแต่ละคะแนนเราต้องเน้นเรื่องไหนบ้างนะครับ การใช้คะแนนในการยื่น INDA จุฬา ปีนี้ การรีวิวเกณฑ์ในรอบนี้ การใช้คะแนนความสามารถคณิตศาสตร์ 15% การใช้คะแนนความสามารถทางด้านภาษาอังกฤษ 25% การใช้คะแนนความสามารถทางด้านความถนัดสถาปัตยกรรม 15% พอร์ตฟอลิโอ 5% การสอบ SKILL TEST 15% การสอบสัมภาษณ์ 25% กลุ่มคะแนนและการเตรียมตัวก่อนยื่นเข้าคณะ INDA จุฬา การใช้คะแนนความสามารถคณิตศาสตร์ พาร์ทนี้เป็นพาร์ทนึงที่เราให้ความสำคัญในระดับปานกลาง ในมุมมองของพี่ๆ เราเห็นว่าการผ่านคะแนนเลข SAT นั้นถ้าหากคะแนนนถึง 600-650 แล้ว น้องๆสามารถมองการเพิ่มคะแนนเป็น OPTION ได้เลย และสามารถนำเวลามาเผื่อในการทำ พอร์ทฟอลิโอ และ CU-TAD ได้แล้วนั่นเอง การใช้คะแนนความสามารถทางด้านภาษาอังกฤษ พาร์ทนี้ เราขอรีวิวว่าการเปลี่ยนแปลงของคะแนนจากในอดีตที่ใช้คะแนนเพียง 20% เป็นปัจจุบันที่เพิ่มเป็น 25% นั้นทำให้คะแนนอังกฤษเป็นคะแนนที่สำคัญที่สุดคะแนนหนึ่ง และที่สำคัญในปัจจุบัน INDA […]

รีวิวภาพรวมงานออกแบบตลอด 5 ปี ของพี่จ๊อบ PART03

Time Machine Bangkok สถาบันสอนการออกแบบสถาปัตยกรรม

หลังจากผ่านไปสองบทความเกี่ยวกับชีวิตการเรียนสถาปัตย์ของพี่จ๊อบ time machine studio เชื่อว่าน้องๆหลายๆคนคงพอจะเห็นภาพถึงสิ่งที่น้องๆจะได้พบเจอเเละฝึกฝนเป็นส่วนใหญ่ของคณะกันไปไม่น้อยเลยทีเดียว แต่ในบทความนี้ยังมีเรื่องราวส่วนสำคัญที่ทางพี่ๆจาก time machine studio อยากหยิบยกนำมาเล่าเพื่อเป็นประโยชน์เเก่น้องๆที่กำลังสนใจคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ โดยเนื้อหาในครั้งนี้จะเป็นการเล่าถึงการทำโปรเจคของนิสิต นักศึกษาสถาปัตย์ ในช่วงชั้นปีที่ 5 หรือชั้นปีสุดท้ายนั่นเอง โดยเนื้อหาที่นำมาในครั้งนี้จะเเบ่งออกเป็นสองเรื่องราวใหญ่ๆคือ การเรียนการสอนในเทอมที่ 1 และ 2 ที่มีความน่าสนใจเเตกต่างกันทั้งสองเลยทีเดียว ผลงานการเรียนสถาปัตย์ในชั้นปีที่ 5 เทอม 1 ในช่วงเทอมเเรกของการเรียนปีที่ 5 จะเป็นช่วงการฝึกฝนในการทำงานสเกลที่ใหญ่ ซึ่งคำว่าใหญ่ในที่นี้ไม่ได้เป็นเพียงสเกลอาคารขนาดใหญ่อย่างการเรียนในชั้นปีที่4 เท่านั้น แต่นักเรียนสถาปัตย์ในชั้นปีนี้ จะได้ทำงานสเกลใหญ่ในเชิงของการวางผังย่านใดย่านหนึ่งของเมืองเลยก็ว่าได้ งานชิ้นนี้มักถูกเรียกกันว่า pre-thesis หรือการทำผลงานชิ้นสำคัญก่อนไปทำวิทยานิพนธ์ในเทอมที่สองนั่นเอง โจทย์ที่ได้รับในตอนนั้นเป็นช่วงจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยมีอายุครบรอบ 100 ปีพอดี นิสิตปี 5 ตอนนั้นจึงได้โจทย์ในการวางผังเเละออกแบบอาคารในย่าน สามย่าน ซึ่งเป็นที่ดินผืนสำคัญของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยเลยก็ว่าได้ มีที่ดินหลาย block รายรอบสวนจุฬาฯ100ปี เเต่ละ block ที่ดินจะมีนิสิตผู้ดูเเล 10 คน สามารถก่อสร้างอาคารได้ประมาณ 4-5 อาคาร จะมีคุณสมบัติเเละเเนวทางการพัฒนาเป็นเมืองที่เเตกต่างกัน […]

เทรนด์การทำ portfolio ในรอบ TCAS1 ตลอด 4 ปีล่าสุดและการเตรียมตัวในรอบปี 66

DSC8465 - Time Machine Studio

การทำ portfolio เพื่อสอบเข้าคณะสถาปัตย์ในรอบ TCAS1 นั้นเป็นเทรนด์ใหม่ที่เพิ่งมีมาประมาณ 5 ปีก่อน โดยหากศึกษาจากตัวเลขการรับสมัครนักเรียนในรอบต่างๆจาก 5 ปีล่าสุดเเล้ว จะพบว่าการสอบเข้าเรียนคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์มีเทรนด์ที่จะเน้นมารับน้องๆในรอบการยื่น portfolio มากยิ่งขึ้นเรื่อยๆ โดยปัจจุบัน สัดส่วนของการรับนักเรียนรอบ TCAS1 ต่อปริมาณการรับทั้งหมดของบางมหาลัยนั้นมากถึงประมาณ 85% ของนักเรียนทั้งหมดเลยก็ว่าได้ทำให้การสอบเข้ารอบนี้ของน้องๆที่อยากเรียนสถาปัตย์ มีการเเข่งขันที่สูงขึ้นทุกๆปี การศึกษาเเละทราบถึงเเนวทางที่กำลังจะเกิดขึ้นเป็นประเด็นที่น่าสนใจสำหรับน้องๆที่กำลังจะสอบในรอบ TCAS1 ในปีต่อไป  การเปลี่ยนแปลงตลอด 5 ปีเเละเเนวโน้มในรอบปี 66 การทำ portfolio ย้อนไปในช่วง 5 ปีที่เเล้วยังมีเพียงไม่กี่มหาลัยที่เปิดการรับน้องๆจากรอบนี้ สถาบันเทคโนโลยีเจ้าคุณทหารลาดกระบังเป็นที่เเรกที่เริ่มให้โจทย์เเละให้น้องๆทำผลงานลงในกระดาษคำตอบมาส่ง ซึ่งยังคงเป็นที่ใช้ในปัจจุบัน เเต่โจทย์ในปัจจุบันมีความซับซ้อนมากขึ้น ในปีต่อมามหาวิทยาลัยศิลปากรก็เริ่มมีการรับน้องๆจากการทำ portfolio ขึ้นโดยเป็นการทำผลงานลง เอ4 จำนวน 10 หน้า ทำให้เป็นปีที่เริ่มการการทำผลงานที่เรียกได้ว่าเปิดกว้างให้เเสดงศักยภาพของน้องๆเป็นอย่างมาก น้องๆในยุคนั้นนิยมใส่งานการวาดเส้นปากกาเเละการออกเเบบชิ้นงานย่อยๆอย่าง sketch design ที่ทำด้วยมือเข้าไปกันมาก ต่อมาในปีหลังๆจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยก็เริ่มมีการเปิดรับในรอบนี้โดยเฉพาะในปีล่าสุดนี้ได้มีการลดเกรดเฉลี่ยสะสมขั้นตํ่าลงถึง 3.00 เเละเพิ่มจำนวนการรับ ทำให้การเเข่งขันในปีล่าสุดนี้มีอะไรที่น่าสนใจมากไม่น้อย การเตรียมตัวให้พร้อมในการสอบปีหน้า  สิ่งที่เห็นได้ชัดในปีนี้คือผลงานน้องๆหลายๆคนมีการนำคอมพิวเตอร์เข้ามาใช้มากขึ้น มีในระดับต่างๆที่เเตกต่างกันออกไปตั้งเเต่การใช้เพียงเล็กน้อยประกอบกับการวาดมือไปจนถึงการใช้โปรเเกรมทางสามมิติเเละสร้างภาพเสมือนจริงด้วยคอมพิวเตอร์เหมือนผลงานของพี่ๆนักศึกษาสถาปัตย์ ปี […]

สกิลและสิ่งที่สนใจพื้นฐานสำคัญในการเข้าเรียนสถาปัตย์ มีอะไรบ้าง!!

DSC7312 - Time Machine Studio

ในช่วงมัธยมปลายหรือช่วง high school grade 10-12 น้องๆหลายที่ชอบการวาดรูปหรือทำงานศิลปะ หรือแม้แต่คนที่ตามงานศิลปะ สถาปัตย์ หรือท่องเที่ยวก็ตาม ก็จะมีความคิดอยากเข้าคณะสถาปัตย์เข้ามาในหัว แต่แน่นอนว่าการเรียนสถาปัตย์ ฟังดูแล้วมีความแตกต่างกับการเรียนช่วง มัธยมปลายเป็นอย่างมาก จึงทำให้หลายคนเริ่มสงสัยและไม่แน่ใจว่า ความสามารถเบื้องต้นที่มีควรมีอะไรบ้าง วันนี้เราจะมาเปิดความจริงกันว่าสถาปัตย์จริงๆแล้ว เราควรมีความสามารถเรื่องใด ความสนใจอะไรที่เหมาะสมต่อการเข้าคณะนี้ เรามาเริ่มกันเลย คนที่รักการท่องเที่ยว สำหรับข้อแรกเลย เราแนะนำว่า คนที่ชอบการท่องเที่ยว การไปต่างจังหวัด ต่างประเทศ หรือ ใช้ชีวิตเวลาว่างไปสถานที่ใหม่ๆ กลุ่มนี้ มีความเหมาะกับการเรียนสถาปัตย์อย่างมาก สำหรับพี่ๆแล้วอาจจะมากกว่าการชอบวาดรูปเสียด้วยซ้ำ สาเหตุที่เราให้ความสำคัญกับความสนใจนี้ เพราะว่า การเรียนสถาปัตย์หน้าที่ของเราคือการออกแบบ space หรือที่ว่างนั่นเอง เรากำลังเลือกและคัดสรรสิ่งที่นำมาปิดล้อมพื้นที่ที่ออกแบบเพื่อสร้างความรู้สึกที่เราต้องการ การนำพาไปในทางหรือการใช้งานที่เราแนะนำ รวมไปถึงการสื่อสารกับผู้ใช้งาน ฉะนั้น คนที่ชื่นชอบการท่องเที่ยว ข้อดีคือคนคนนั้นจะได้สัมผัส space ที่หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็น space ของตึก หรือ space ที่เกิดจากธรรมชาติ การได้รับความรู้สึกของพื้นที่ที่ไปเที่ยวหรือพบกันจะเป็นหนึ่งในคลังความคิดการออกแบบ ทำให้เราสามารถนำไปเป็นแรงบันดาลใจหรือมีความเป็นตัวตนของเราผ่านการเรียนรู้จากประสบการณ์จริงแต่อย่าเพิ่งเข้าใจผิดว่าน้องๆ ที่สนใจด้านนี้จะต้องไปตึกสวยๆหรือไปต่างประเทศเยอะๆ นะ แรงบันดาลใจที่ดีนั้น ไม่ได้อยู่ที่งานสถาปัตย์จากสถาปนิกที่เก่งเพียงอย่างเดียว […]

สถาปนิกต้องร่วมงานกับใครบ้าง

Time Machine Bangkok สถาบันสอนการออกแบบสถาปัตยกรรม

สถาปนิกเป็นอาชีพที่ต้องร่วมงานกับหลากหลายภาคส่วนอย่างมาก ตั้งเเต่การทำงานในขั้นตอนเเรกไปจนอาคารก่อสร้างแล้วเสร็จ ล้วนไม่สามารถทำทุกอย่างได้เพียงคนเดียว โดยกลุ่มคนที่สถาปนิกแต่ละคนจะต้องมีโอกาสได้ร่วมงานนั้นมักประกอบด้วยบุคคลหลักๆ ดังนี้1. สถาปนิกในทีม2. นักออกแบบสาขาอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง3. วิศวกร4. ผู้รับเหมา5. เจ้าของโครงการ 1. สถาปนิกในทีมในหลายๆโครงการการออกแบบสถาปัตยกรรม มีสถาปนิกผู้ดูแลมากกว่า 1 คน เเทบทั้งสิ้น โดยมักจะมีการทำงานเป็นทีม แบ่งส่วนรับผิดชอบกันและมีการแลกเปลี่ยนเเนวความคิดใหม่ๆกันเสมอโดยเฉพาะสถาปนิกที่ทำงานอยู่ในบริษัทออกแบบสถาปัตยกรรมต้องร่วมงานกับสถาปนิกหลากหลายวัย ตั้งเเต่เจ้านาย หัวหน้างาน เพื่อนร่วมงาน และลูกน้อง ดังนั้น การรับฟังและเปิดกว้างต่อไอเดียของสมาชิกทีมออกแบบเป็นเเรงขับเคลื่อนที่ดีในการสร้างบรรยากาศของทีมออกแบบที่ดี ส่งผลให้เกิดผลงานสถาปัตยกรรมที่ดีตามไปด้วย การทำงานเป็นทีมจึงถือเป็นสิ่งสำคัญมากที่สถาปนิกทุกคนพึงมี 2. นักออกแบบสาขาอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องนอกจากสถาปนิกซึ่งเป็นผู้ร่วมออกแบบที่ว่างทางสถาปัตยกรรมเเล้วนั้น ยังมีอีกหลายภาคส่วนที่มีความสำคัญต่อการออกแบบสถาปัตยกรรม นักออกแบบสาขาต่างๆ เหล่านั้นจะเข้ามาช่วยออกแบบเนื้องานในส่วนที่ย่อยลงไปที่สถาปนิกผู้ดูภาพรวมนั้นอาจไม่สามารถศึกษาออกแบบลงลึกไปได้ ได้เเก่ งานสถาปัตยกรรมภายใน งานออกเเบบภูมิสถาปัตยกรรม งานออกแบบดวงโคมและแสงสว่าง งานออกแบบกราฟิกบอกทาง หรือรวมไปถึงงานออกแบบผลิตภัณฑ์เฟอร์นิเจอร์ สถาปนิกที่สามารถประสานงานได้เก่งเกิดการพูดคุยกันในทีมของนักออกแบบหลายภาคส่วนที่ดี จะส่งผลให้งานออกแบบสถาปัตยกรรมในภาพรวมออกมาเป็นหนึ่งเดียวและมีคุณภาพ 3. วิศวกรวิศวกรเป็นผู้ที่ทำงานคู่กับสถาปนิกในหลายขั้นตอนของการออกแบบ เป็นผู้ทำให้ความฝันของสถาปนิกเป็นจริงขึ้นได้ ในงานสถาปัตยกรรมเราจะมีการประสานงานกับวิศกรสาขาต่างๆ ได้เเก่ วิศวกรโครงสร้าง วิศวกรงานระบบไฟฟ้า วิศวกรงานระบบประปา เป็นหลัก แต่ในโครงการบางโครงการอาจมีผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางเพิ่มเข้ามาอีกได้ ตัวอย่างเช่น วิศวกรผู้คำนวณเรื่องของการสัญจรภายในโครงการ เป็นต้น การประสานงานกับวิศวกรเป็นเรื่องที่ต้องประสานงานให้ดีเนื่องจากการประสานงานที่ขาดประสิทธิภาพจะส่งผลให้เกิดการขัดกันของเเบบก่อสร้างทางสถาปัตยกรรมเเละวิศวกรรมขึ้นได้ […]

เรียนสายศิลป์ เรียนสถาปัตย์ได้ไหม

Time Machine Bangkok สถาบันสอนการออกแบบสถาปัตยกรรม

ช่วงนี้เป็นช่วงสำคัญในการยื่น portfolio ของการสอบเข้ารอบ TCAS1 ของน้องๆ ที่มีความใฝ่ฝันอยากเข้าเรียนคณะสถาปัตย์กันเเล้ว ทำให้มีคำถามยอดฮิตมากมายที่ถามเข้ามาทางพี่ๆ time machine studio โดยมีหลายคำถามมีความน่าสนใจไม่น้อย หนึ่งในนั้นคือคำถามที่ว่า ถ้าหากเรียนสายศิลป์มาในช่วง ม.ปลาย จะสามารถเรียนสถาปัตย์ได้ไหม? พี่ๆมองว่าเป็นคำถามที่น่าสนใจเเละอยากขอชี้เเจงให้น้องๆ ทราบเเยกเป็นสองประเด็น ดังนี้  การเรียนสายศิลป์กับการสอบเข้าคณะสถาปัตย์ หากพูดถึงโอกาสในการสอบเข้าสถาปัตย์ของน้องๆที่เรียนสายศิลป์ไม่ว่าจะเป็นสายศิลป์-คำนวณ หรือ ศิลป์-ภาษา ต้องกล่าวว่า ล้วนมีโอกาสที่จำกัดกว่าน้องๆ ที่เรียนสายวิทย์อย่างเเน่นอนเนื่องจากในบางมหาวิทยาลัยได้ระบุเงื่อนไขในการเปิดรับสมัครไว้ว่า เป็นผู้มีหน่วยกิตในวิชาวิทยาศาสตร์ไม่น้อยกว่า 15 หน่วยกิจนั่นเอง เเต่อย่าเพิ่งตกใจไปเนื่องจากรายวิชาวิทยาศาสตร์ในกรณีนี้ ไม่จำเป็นต้องเป็นวิทยาศาสตร์ในระดับของเด็กสายวิทย์อย่างเดียวเท่านั้น เเต่รวมถึงทุกๆ วิชาที่จัดอยู่ในกลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์นั่นเอง ทำให้น้องๆ สายศิลป์ที่มีจำนวนหน่วยกิตถึงมีจำนวนมากในปัจจุบัน ประกอบกับเเนวโน้มที่หลายๆ มหาลัยเริ่มปรับลดเงื่อนไขของการรับสมัครลงเรื่อยๆ ทำให้ในอนาคตมีความน่าสนใจว่าการรับสมัครนักเรียนสถาปัตย์จะเป็นไปในรูปแบบใด การเรียนสายศิลป์กับการเรียนการสอนคณะสถาปัตย์ ในการเรียนในคณะสถาปัตย์มีหลายวิชาที่เกี่ยวข้องกับวิชาฟิสิกส์ในช่วง ม.ปลาย ได้เเก่ วิชาการคำนวณโครงสร้างอาคารเเละการเข้าใจพฤติกรรมการถ่ายเเรงพื้นฐานของเเต่ละโครงสร้าง โดยเเน่นอนว่าพื้นฐานของเด็กๆ สายวิทย์จะช่วยสร้างความเข้าใจที่เร็วกว่าอย่างเเน่นอน แต่ก็ไม่ได้หมายความว่า น้องๆ ที่เรียนสายศิลป์จะเรียนไม่ได้ เนื่องจากการคำนวณโครงสร้างที่นักเรียนสถาปัตย์เรียนกันนั้น เป็นเพียงการคำนวณขั้นพื้นฐานให้เข้าใจคอนเซ็ปต์โดยสังเขปเท่านั้น และมีเนื้อหาที่ไม่ซับซ้อนมาก อาจารย์ผู้สอนมักเป็นอาจารย์จากภาควิชาวิศวกรรมโยธาที่จะอธิบายเนื้อหาในระดับที่สถาปนิกควรจะรู้เเละใช้ประยุกต์เท่านั้น ดังนั้น การเรียนการสอนที่เน้นความเข้าใจนี้ก็ไม่ได้เป็นอุปสรรคต่อนิสิตนักศึกษาสถาปัตยกรรมหลายๆคนที่มาจากสายศิลป์นั่นเอง ในทางกลับกันหากเป็นคนที่มีความสนใจเรื่องของโครงสร้างเป็นพิเศษเเล้วล้วนทำผลการเรียนออกมาได้อย่างดีเยี่ยม บางคนถึงกับได้คะแนนระดับท็อปของรุ่นเลยก็ว่าได้ […]

รีวิว platform การหา inspiration การเรียนออกแบบและเรียนสถาปัตย์!!!

unnamed 2 - Time Machine Studio

การเรียนสถาปัตย์ที่น้องๆสนใจ เชื่อว่าทุกคนเห็นตรงกันว่า การเรียนเรื่องนี้เป็นหนึ่งในวิชาที่หาพื้นที่เรียนรู้เองได้ยากที่สุดวิชาหนึ่งเลยก็ว่าได้ เนื่องจากการเรียนสถาปัตย์และการออกแบบมันไม่มีผิดไม่มีถูก ทำให้การหาตำราอ่าน ก็จะไม่มีการเขียนข้อมูลที่ถูกต้องไว้ให้ท่องและจำ ฉะนั้น การเปิดหาข้อมูลในอินเตอร์เน็ตในเรื่องของการหาข้อมูลสำหรับการเรียนสถาปัตย์นั้น แพลตฟอร์มทั่วไปในโลกอินเตอร์เน็ตที่ตอบโจทย์ส่วนใหญ่จะเป็นการยกตัวอย่างให้ดูมากกว่าการสอนทฤษฎีพื้นฐานของการออกแบบ ฉะนั้น ในวันนี้เราจะมารีวิวแต่ละแพลตฟอร์ม พร้อมวิธีการดูงานหาแรงบันดาลใจแบบที่ไม่ลอกกันครับ  แพลตฟอร์ม Pinterest  แพลตฟอร์มนี้คือแพลตฟอร์มยอดฮิตของน้องสายเรียนออกแบบ และ เรียนสถาปัตย์ โดยแพลตฟอร์มนี้ จะเป็นการรวบรวมรูปผลงานดีๆ ในด้านการรออกแบบทุกแขนงไว้และให้เราสามารถเลือกรูปพวกนั้นมาบันทึกไว้ หรือเรียกว่าฟังก์ชั่นการ PIN นำมาจัดกลุ่มเป็นหมวดหมู่ที่เราทำไว้ด้วยตนเอง หรือเรียกว่าฟังก์ชั่นการจัด BOARD ฉะนั้น Pinterest จึงถูกใช้ในการค้นหางานศิลปะ งานออกแบบ หรืองานสถาปัตย์ใหม่ๆ และแพลตฟอร์มนี้เองก็เป็นหนึ่งในดราม่าของวงการออกแบบเช่นเดียวกัน เพราะผู้ที่เรียนการออกแบบหรือเรียนสถาปัตย์ที่ใช้แพลตฟอร์มนี้หลายคนนำงานใน PINTEREST ออกแบบลอกให้เป็นผลงานของตนเองซึ่งเป็นเรื่องที่ไม่ควรเกิดขึ้นกับวงการของเรา วิธีใช้งาน PINTEREST โดยมั่นใจว่าเราใช้แบบไม่ได้ลอกผลงานออกมา การใช้งานแพลตฟอร์มนี้ ให้เราเริ่มตั้งเป้าหมายของสิ่งที่ต้องการที่จะใช้เป็นแรงบันดาลใจก่อน เช่น เราต้องการออกแบบเตียง สำหรับคนทั่วไป เราก็จะเริ่มเซฟรูปเตียงที่สวยเยอะๆ เพื่อนำมาดูรวมกันในบอร์ดใหญ่และหยิบอันที่ถูกใจมา 1 อัน ซึ่งวิธีนี้ บทสรุปก็คือ เราได้ลอกรูป 1 รูปที่เราคัดมาแล้วว่าสวยที่สุดนั่นเอง ซึ่งสำหรับพี่ พี่คิดว่าเป็นการทำที่ไม่ถูกต้องต่อการเรียนออกแบบหรือการเรียนสถาปัตย์นะครับ แต่ถ้าใช้ได้อย่างถูกต้องแล้วล่ะก็ PINTEREST […]